ดักฟังนักเรียนป้อมอัศวินคุยกัน#1 : บทสนทนา(นินทา)ในห้องนั่งเล่น
posted on 11 Apr 2005 15:08 by aathewolf in TTOB-fanfictionขอให้คิดว่าช่วงเวลาที่เหตุการณ์ในฟิคนี้เ กิดขึ้นมันเป็นช่วงปี 2 ของเฟรินหรือพูดง่ายๆก็ภาค 3 อ่าน่ะ....แน่นอนว่าต้องเป็นช่วงที่ยัง "ไม่เกิดเรื่องเกิดราว"
*/ ฟิคเรื่องนี้เป็นการแต่งโดยผู้เขียนเป็นหน ึ่งในตัวละครดำเนินเรื่อง...เพราะฉะนั้นบา งคนอาจไม่ชอบการเขียนแนวนี้ที่เหมือนเราเข ้าไปยุ่งอะไรกับคนในเรื่องหว่า....อืม...ใ ครที่รู้สึกอย่างนั้นเราก็ขออำภัยด้วยน่ะค ่ะ...
==============================
ดักฟังนักเรียนป้อมอัศวินคุยกัน#1 : บทสนทนา(นินทา)ในห้องนั่งเล่น
==============================
ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาโรงเรียนพระราชาเอดินเบิ ร์กก็ถูกจัดให้เป็นโรงเรียนที่มีการป้องกั นเข้มงวดที่สุดในบรรดาโรงเรียนทั้งหมดของเ อเดน สาเหตุหนึ่งอาจจะเป็นเพราะที่โรงเรียนแห่ง นี้เป็นสถานที่พำนักของเจ้าชายเจ้าหญิง รัชทายาทที่ไม่มีสิทธ์ขึ้นหน้าด้วยยศทั้งห ลาย และอาจรวมถึงเจ้าหญิงที่ต้องคำสาปให้กลายเ ป็นชายบ้างหมาบ้างบางพระองค์ ส่วนอีกหลายๆสาเหตุก็คงมาจากอีกหลายๆปัจจั ยซึ่งเป็นเรื่องภายใน.....
ไม่ว่าอย่างไร....การที่จะแทรกตัวเข้าไปใน โรงเรียนนั้นทำได้ไม่ง่ายเลย
แต่ตอนนี้ก็สิ่งมีชีวิตบางสิ่งแอบเข้ามาแล ้วนี่นา.....
หมาป่าตัวหนึ่งค่อยๆย่องอย่างเงียบกริบผ่า นประตูจากฟากหนึ่งไปยังอีกฟากหนึ่ง จากตึกหนึ่งไปยังอีกตึกหนึ่ง
ดวงตาคอยสอดส่องสิบสองผู้พิทักษ์ป้อม ระแวดระวังสามในสี่ผู้คุมกฏ
สำหรับสามขุนพล กับเสธคนสำคัญทั้งสอง...
กลายเป็นบัญชีดำ....
เป็นพวกที่เห็นแล้วต้องรีบเผ่น ก่อนที่ฝ่ายเห็นจะเป็นอีกฝ่าย...
แล้วคราวนี้จะได้สลับฝ่ายขึ้นบัญชีดำกันอี ก....
"เฮ้!!"
เสียงเรียกดังขึ้นก่อนให้หมาสะดุ้งโหยงก่อ นจะหันขวับกลับไปแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก. ...
"ไหนบอกจะรอที่หน้าประตู" เจ้าหมาตรงหน้าบ่นอุบให้คนในเงามืดขยับรอย ยิ้มขันกับสีหน้าหงุดหงิดไม่สมหมา...
"จะให้ยืนรอปูพรมรับเสด็จรึไง นี่ก็อุตส่าห์เบิกทางให้เข้าได้ง่ายๆแล้ว" คำแก้ตัวฟังดูมีเหตุผล และก็คงเพราะคนตรงหน้าที่ทำให้ประตูทางเข้ าเปิดโล่งหยั่งกะจะเชิญชวนให้ชาวเมืองพาสั ตว์เลี้ยงเข้าไปเดินเล่น ถึงแม้จะเพียงชั่วแว่บเดียวก็เหอะ
"คนน่าสงสัยที่พวกยามตามไปเมื่อกี้ก็นายสิ น่ะ"
"ของตาย" คำตอบกลับพร้อมรอยยิ้มสบายๆประจำตัวที่มอง แล้วก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือหลายที่ไม ่ต้องมาเห็นรอยยิ้มอีกลักษณะของคนๆนี้
"ขอบใจมากที่ช่วย"
"เก็บคำขอบใจไว้ แล้วเอาเป็นว่าชั้นขอ 20 เปอร์เซนต์" คำตอบกลับที่ทำให้หมาที่เริ่มสำนึกในบุญคุ ณได้สำนึกถึงข้อเท็จจริง....
ซาตานยังไงก็ยังเป็นซาตาน......
"ที่ตกลงกันไว้ตอนแรกคือ 10 เปอร์เซนต์" เสียงท้วงออดๆแอดๆที่อีกฝ่ายขยับรอยยิ้ม
"ข้าวยากหมากแพง ราคาของอะไรก็ขึ้น...."
คำค้านจากคนตรงหน้าฟังดูไร้เหตุผล แต่ทำไงได้นอกจากต้องยอมรับอย่างจนปัญญาเพ ราะหากขาดความช่วยเหลือจากคนตรงหน้างานนี้ ก็คงเหลวเป๋ว.....
ยังไง 80 ก็ยังดีกว่า 0 ล่ะฟร่ะ....
"ตกลงๆชั้นให้นาย" ตอบกลับอย่างเสียมิได้
"ยินดีที่ได้ทำธุรกิจด้วย"
"แล้วที่พักชั้นล่ะ"
รีบถามก่อนที่ทั้งตัวเองและอีกฝ่ายจะลืม แต่คำตอบกลับมันชวนให้เวียนหัวสิ้นดี....
"ลอเรนส์ไม่เรื่องมากหรอกถ้าจะมีหมาป่าอีก สักตัวมาอยู่ในห้อง"
คนพูดพูดพลางขยับแว่นตาอย่างชินนิสัยก่อนท ี่จะหันหลังกลับสาวเท้าไปตามทางเดิน
ทิ้งให้หมาป่าตัวหนึ่งยืนอ้าปากค้างอยู่บน ทางเดินท่ามกลางความมืดที่โรยตัวและแสงจัน ทร์คืนแรม.......
+++++++
ที่พักสุดประเสริฐที่พอคิดถึงทีไรก็อยากจะ เอาหัวเจ้าคนช่างจัดหาไปวัดความแข็งแกร่งก ะฝาผนังเสียให้เข็ด งานที่ตอนแรกดูจะสบายๆเพราะได้ผู้ช่วยเหลื อมือดี กลับกลายเป็นยุ่งยากจนอยากยกเลิกเสียให้รู ้แล้วรู้รอด
ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะลืม....ลืมไปแท้ๆว่ านิสัยไอ้บ้านั่นมันเป็นยังไง
แต่ลุยมาขนาดนี้ จะถอยก็ถอยไม่ได้เสียแล้ว........
ก็ได้แต่พยายามทำให้จบให้เร็วที่สุดโดยไม่ ให้มีปัญหานั่นแหละ...
คิดพลางถอนหายใจพลางขณะที่ตัวก็ค่อยๆลากขา ทั้งสี่ไปตามทางเดินในป้อมก่อนที่จะค่อยๆเ ปลี่ยนจากตีนหมาเป็นตีนแมวเมื่อใกล้ถึงห้อ งนั่งเล่นของชั้นปีที่สองแห่งป้อมอัศวิน.. ..
แหล่งข่าวที่หนึ่ง....ที่จะพลาดเสียมิได้
[target log]
"นายว่าไหมว่าเดี๋ยวนี้ป้อมเรามันมีอะไรแป ลกๆ" เสียงจากครี๊ด ธันเดอร์ ดังขึ้นกระตุ้นความสนใจของเพื่อนร่วมรุ่นท ั้งเก้าที่อยู่ในห้องให้หันมามองคนพูดเปิด ประเด็นอย่างสนอกสนใจ
"อะไรที่ว่าแปลกล่ะครับ" คำถามกลับจาก ซีบิล สเวน ผู้เรียบร้อยสมฉายาเดอะพรีสต์
"ถ้าจะว่าถึงเรื่องแปลกมากที่สุด ก็นั่นไง พวกเฟริน" คำพูดจากโคลร์ อาร์มสตรองที่ทุกคนพยักหน้าหงึกๆอย่างเห็น ด้วย
"นายว่าไงล่ะโร"
คำถามถูกส่งต่อให้ห้องสมุดเคลื่อนที่แห่งป ้อมอัศวิน ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องจากเพื่อนร่วมชั้นป ีทุกคนว่า...ถ้ามันยังไม่รู้ ก็คงไม่มีใครรู้มากไปกว่ามันอีกแล้ว
"ไม่ว่าไง" คำตอบง่ายๆที่ทำให้คนอื่นที่กำลังรอฟังหงุ ดหงิด.......ก็มันเห็นกันจะๆว่าคนตรงหน้าไ ม่ใช่ว่าจะไม่รู้ เพียงแต่รู้แล้วมันไม่ยอมบอก.....
"แกจะเก็บความลับอะไรนักหนา พวกเรามันก็เพื่อนป้อมเดียวกัน จะเล่าสู่กันฟังบ้างไม่ได้เหรอ" เสียงทักท้วงจากซอร์โร วันวิล ที่โรขยับรอยยิ้มรับก่อนตอบกลับอย่างมากเล ่ห์
"ชั้นก็ใช่ว่าไม่อยากบอก แต่ไม่มีอะไรจะบอก"
ไม่มีอะไรจะบอกก็ใช่ว่าจะไม่รู้ แต่ที่รู้นั้นไม่จำเป็นจะต้องบอก......
ความจริงที่"ทุกคน"ในห้องรับรู้ขณะที่"ทุก ตัว"ก็ซึ้งจนขึ้นใจ....
.....นายจะปิดอะไรกันนักกันหนาฟร่ะ โร เซวาเรส ไอ้ขอทานบ้า!!!
อารมณ์หงุดหงิดของหมาตัวหนึ่งมันพลุ่งพล่า นก่อนที่เจ้าตัวจะรู้สึกตัวแล้วรีบเก็บไอพ ยาบาทก่อนที่จะเป็นที่สังเกต.....
....ยังไม่รู้ตัว ความคิดที่ทำให้หมาโล่งอกเหลือหลาย
"แล้วนายล่ะว่าไง กัส" เมื่อเห็นว่าแหล่งข่าวคนสำคัญท่าทางจะใช้ก ารไม่ได้ คำถามจึงถูกส่งมาให้อีกคนที่ดูน่าจะพูดกัน รู้เรื่องมากกว่า
"ถ้าขนาดโรยังไม่มีอะไรจะบอก แล้วชั้นจะไปหาอะไรที่ไหนมาเล่า" คำตอบกลับจากกัส โทนีย่าที่ไม่ได้ทำให้อารมณ์คนอื่นรวมถึงห มาอีกตัวหนึ่งดีขึ้นเลย...
และบรรยากาศมันชักจะคุกรุ่นจนหมาที่ซ่อนอย ู่หนักใจ...
ผู้ชายเลือดร้อน....และยิ่งเป็น"ป้อมอัศวิ น"
ก็ถ้าเกิดใครสักคนมันจะเกิดทนไม่ไหว.....
"ถ้ามานั่งไล่กันอย่างนี้ก็คงไม่รู้เรื่อง กันหรอกครับ ลองมาช่วยกันสรุปและช่วยกันคิดดีกว่าว่าเก ิดอะไรขึ้นกันบ้าง"
เป็นเสียงสวรรค์ห้ามทัพจากซีบิลที่ทุกคนยอ มรับอย่างเห็นด้วย และหมารู้สึกขอบใจอย่างเหลือหลาย...ก็ถ้าต ้องมานั่งดูคนทดสอบความคมของดาบในฝัก ถึงแม้ว่ามันจะน่าดู....แต่มันไม่ใช่ความบ ันเทิงที่ดีเอาเสียเลยสำหรับเวลาอย่างนี้. ....
"ถ้าเป็นเรื่องของเฟรินกับคาโล ก็มีหลายเรื่องอยู่....." คำพูดจากเจคเรียกความสนใจของทุกคน พลางแต่ละคนก็คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นมากม ายตั้งแต่ตอนอยู่ปีหนึ่ง
"เรื่องที่นายเห็นเฟรินกะคาโลมีอะไรอะไรกั นน่ะ โร สรุปว่ามันเป็นยังไง" คำถามตรงไปตรงมาจากอาชูร่าก่อนที่โรจะเริ่ มสาธยายให้ฟังและได้คำตอบรับอย่างดีเยี่ยม ด้วยสีหน้าเหยเกของเพื่อนทุกคน
"ชั้นเข้าใจแล้วว่าทำไมเฟรินถึงโกรธนายเป็ นฟืนเป็นไฟตอนนั้น"
"อย่าบอกน่ะว่า....เฟรินกะคาโลนี่เป็น.... ..." เสียงถามกระท่อนกระแท่นจากเอ็ดเวิร์ด
"แต่เฟรินก็เป็นผู้หญิงด้วยไม่ใช่เหรอ" คำพูดเรียบๆเจาะตรงประเด็นจากกัส โทนีย่าที่ทุกคนคล้อยตามไปด้วยในทันที เว้นก็แต่โรที่หันมามองนักบวชจากกิลดิเรกด ้วยสายตาพินิจพิจารณา
.....ไอ้หมอนี่มันก็เสือดีๆนี่เอง เหมือนจะไม่รู้ แต่ที่จริงอาจจะรู้มากกว่าที่คิด
ความคิดของเจ้าของฉายาขอทานแห่งทริสทอร์ที ่บังเอิญไปตรงกับหมาป่าผู้บุกรุกโดยไม่รู้ ตัว....
"สรุปว่าเฟรินมันเป็นอะไรกันแน่ ผู้ชาย ผู้หญิงหรือหมา" เสียงห้าวบ่นอย่างคนไม่ชอบเรื่องซับซ้อนจา กครี๊ด
"ก็ครึ่งหญิงครึ่งชายค่อนหมา" คำสรุปเองง่ายๆดื้อๆจากเดท ไฟเออร์ที่ฟังแล้วยิ่งปวดขมับ
"แต่ได้ข่าวว่าเฟรินไปถอนคำสาปมาแล้วตอนปิ ดเทอมไม่ใช่เหรอ?"
"ก็ได้ยินมางั้นเหมือนกัน และก็เพราะงั้นแหละเลยไม่มีหมามาให้เล่นเล ย...." คำพูดติดจะเสียดายจากซอร์โรที่หมาอีกตัวแอ บขยับรอยยิ้ม
"หรือคาโลมันจะหลงเสน่ห์ตอนเฟรินเป็นผู้หญ ิงว่ะ?"
คำถามเปิดประเด็นจากโคลร์ที่นั่งเงียบอยู่ นาน ชวนให้คนฟังแต่ละคนต้องนิ่งค้างนึกไปถึงเร ื่องไม่เป็นเรื่องที่ลืมไปนาน....ตอนที่คา โลถอดไข่มุกแสงจันทร์ของโรออกจากคอเฟรินภาคหญิงแล้วเอาของตัวเองใส่ให้แทน.....
.......นั่นเป็นการประกาศสิทธิอย่างเป็นทา งการของเจ้าชายน้ำแข็งแห่งคาโนวาลรึเปล่า?
"แต่ตอนนี้เฟรินเป็นผู้ชายไม่ใช่เหรอครับ" คำถามแผ่วเบาจากซีบิลที่ชักไม่มั่นใจว่าคว รจะออกปากไปรึเปล่าเรียกสีหน้ากระอั่กกระอ ่วนจากเพื่อนๆอีกครา
"แล้วก็เรื่องแองจี้ กับเรนอน"
...รักสี่เส้า?..... คำถามในใจทุกคนที่แม้แต่คนที่ดูจะรู้อะไรๆ ดีที่สุดอย่างโรก็อดจะหลุดคิดตามไปด้วยไม่ ได้
....ก็ถ้าป้อมอัศวินจะมีข่าวดีหายาก มันก็ควรจะเป็นชายกับหญิง ไม่ใช่ชายกับชาย.....!!!!
"เดี๋ยวก่อน พวกนายคงไม่คิดว่าคนอย่างคาโลมันจะเป็น... ... หรอกน่ะ" คำถามจากอาชูร่าที่ถามไปเพื่อเรียกสติสตัง ของตัวเองคืนมา หากแต่แม้ตัวเองก็ยังไม่มั่นใจว่าคำตอบที่ ได้จะเป็นยังไง
"ก็ไม่อยากจะขัดหรอกน่ะ....แต่จากที่พวกเร าเห็นน่ะ...คาโลออกจะ"อ่อน"ให้กับเฟรินมาก เป็นพิเศษไม่ใช่เหรอ"
"ตอนเฟรินไปคลายคำสาปที่เดมอสก็เห็นว่าไปด ้วยกัน...."
"แล้วสายตาของคาโลเวลามองเฟรินน่ะมันก็... .. " คำสนับสนุนจากเดทที่พาเอาทุกคนจมลงสู่โลกอ ันมืดมิดไปเรียบร้อย...
แม้แต่กัสเองก็ยังต้องคว้าน้ำขึ้นมาดื่มดั บเครียดแล้วชักนึกอยากได้เหล้าแรงๆสักขวดม าหยุดความคิด ถึงแม้มันจะขัดกับภาพพจน์เดอะพรีสต์ของตัว เองไปหน่อยก็ตาม......
"เอาเป็นว่า....เราอย่าไปพยายามสงสัยอะไรใ ห้มากเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยดีกว่า...." โรพูดอย่างพยายามไล่ความงุ่นง่านในใจตัวเอ งหลังหลุดจากภวังค์ความคิดอย่างยากเย็น... ..
ทุกคนร่วมใจกันพยักหน้าพร้อมเพรียงเป็นคำต อบอย่างไม่ได้นัดหมายกันมาก่อน......
หัวข้อสนทนาจึงเปลี่ยนไปยังเรื่องอื่นซึ่ง หมาป่าไม่คิดจะสนใจ แต่เรื่องที่คุยกันตอนแรกมันคงมีผลบ่อนทำล ายความสามารถทางความคิดมากกว่าที่ใครๆคาด ไม่นานนักทุกคนจึงพร้อมใจสลายตัวแยกย้ายกั นไปนอน.....
แล้วหมาตัวหนึ่งก็คงกลับไปพักผ่อนได้บ้างโ ดยไม่ต้องช็อกค้าง หากเพียงแต่ว่าหูหมามันจะไม่ดีจนได้ยินคำเ ปรยแผ่วเบาจาก กัส โทนีย่า ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกจากห้องเป็นคนสุดท ้าย.....
"แอบฟังคนอื่นพูดมันเสียมารยาทน่ะ....."
===================
25/4/04
Author's note : จบ....ภายในหนึ่งวัน ไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่ดองเค็มฟิคเป็นชีวิ ตอย่างเราจะจบฟิคได้ภายในหนึ่งวัน.... ( อัตราการแต่งฟิคให้จบเป็น 1/1000 อัตราการแต่งให้จบในวันเดียวเป็น 1/10000 )
แต่ก็อย่างว่า....เรื่องที่แต่งมันกะเลยออ กมางี่เง่าสิ้นดีแปรผันตรงกับเวลาที่แต่งน ั่นแหละ ( ถ้ามีเวลามากๆ ฟิคจะไม่งี่เง่า แต่บางครั้งแต่งงี่เง่าอาจจะดีกว่าแต่งหลอ นๆแบบที่เคยแต่งก็ได้เนอะ)
เป็นแฟนฟิคเฟรินเรื่องแรก ก็เลยค่อนข้างจะดีใจมากเป็นพิเศษ เหอเหอ ซาตานแห่งป้อมอัศวินถูกเราเปลี่ยนเป็นคนหน ้าเงินไปซะแล้ว แต่เวลาจิ้นถึงตานี่ภาพพจน์มันออกมาเป็นแบ บนี้ทุกทีเลยง่ะ
( ขออภัยสาวกลูคัสด้วยล่ะกัน <= ที่จริงเราก็เป็นด้วยอ่าน่ะ )
ขออภัยพี่แรบบิทกับพี่กบ...เราหยุดมันไม่ได้แล ้วกับอาการ Y ....( ที่จริงไม่ได้ Y สักหน่อย ไม่ใช่ความผิดนู๋น้า ความผิดเฟรินกะคาโลที่ชอบทำตัวลึกลับจนคนอ ื่นเขาเข้าใจผิดตะหากต่างหาก <= โทษไปถึงตัวละครอีก...เลวจริงเรา....)
ป.ล. อย่าลืมล่ะว่านี่มันยังเป็นแค่ตอนที่ 1 และก็อย่าลืมว่าหมาป่าตัวนี้ ( รู้ยังว่าหมาป่าตัวนั้นมันใคร...) ยังคงสิงอยู่ในเอดินเบิร์ก.....( ถ้าไม่โดนจับได้หรือลอเรนซ์ฆ่าตายด้วยความ รำคาญของพี่แกซะก่อน <= ไม่มีทางร้อก เหอเหอ)
Special Thanks : พี่ rabbit ที่แต่งเฟรินให้อ่าน / พี่กบที่เอามา post ให้ได้ติดตาม / พ่อกะแม่ที่ซื้อคอมฯให้เอามาถลุงเน็ต ( พร้อมกับแต่งฟิคและทำ art ) /
ทั่นลูมิน...ที่แม้ตัวทั่นจะไม่ได้อ่านเฟร ิน(หรืออ่าน? ยังไม่ได้ถาม)...แต่ฟิคของทั่นก็ทำให้เราค ิดมุขแต่งฟิคออก
แล้วก็ขอขอบคุณคนอ่านและคนเมนท์ทุกคนด้วยค ่า....^^
==============================
ดักฟังนักเรียนป้อมอัศวินคุยกัน#1 : บทสนทนา(นินทา)ในห้องนั่งเล่น
==============================
ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาโรงเรียนพระราชาเอดินเบิ
ไม่ว่าอย่างไร....การที่จะแทรกตัวเข้าไปใน
แต่ตอนนี้ก็สิ่งมีชีวิตบางสิ่งแอบเข้ามาแล
หมาป่าตัวหนึ่งค่อยๆย่องอย่างเงียบกริบผ่า
ดวงตาคอยสอดส่องสิบสองผู้พิทักษ์ป้อม ระแวดระวังสามในสี่ผู้คุมกฏ
สำหรับสามขุนพล กับเสธคนสำคัญทั้งสอง...
กลายเป็นบัญชีดำ....
เป็นพวกที่เห็นแล้วต้องรีบเผ่น ก่อนที่ฝ่ายเห็นจะเป็นอีกฝ่าย...
แล้วคราวนี้จะได้สลับฝ่ายขึ้นบัญชีดำกันอี
"เฮ้!!"
เสียงเรียกดังขึ้นก่อนให้หมาสะดุ้งโหยงก่อ
"ไหนบอกจะรอที่หน้าประตู" เจ้าหมาตรงหน้าบ่นอุบให้คนในเงามืดขยับรอย
"จะให้ยืนรอปูพรมรับเสด็จรึไง นี่ก็อุตส่าห์เบิกทางให้เข้าได้ง่ายๆแล้ว"
"คนน่าสงสัยที่พวกยามตามไปเมื่อกี้ก็นายสิ
"ของตาย" คำตอบกลับพร้อมรอยยิ้มสบายๆประจำตัวที่มอง
"ขอบใจมากที่ช่วย"
"เก็บคำขอบใจไว้ แล้วเอาเป็นว่าชั้นขอ 20 เปอร์เซนต์" คำตอบกลับที่ทำให้หมาที่เริ่มสำนึกในบุญคุ
ซาตานยังไงก็ยังเป็นซาตาน......
"ที่ตกลงกันไว้ตอนแรกคือ 10 เปอร์เซนต์" เสียงท้วงออดๆแอดๆที่อีกฝ่ายขยับรอยยิ้ม
"ข้าวยากหมากแพง ราคาของอะไรก็ขึ้น...."
คำค้านจากคนตรงหน้าฟังดูไร้เหตุผล แต่ทำไงได้นอกจากต้องยอมรับอย่างจนปัญญาเพ
ยังไง 80 ก็ยังดีกว่า 0 ล่ะฟร่ะ....
"ตกลงๆชั้นให้นาย" ตอบกลับอย่างเสียมิได้
"ยินดีที่ได้ทำธุรกิจด้วย"
"แล้วที่พักชั้นล่ะ"
รีบถามก่อนที่ทั้งตัวเองและอีกฝ่ายจะลืม แต่คำตอบกลับมันชวนให้เวียนหัวสิ้นดี....
"ลอเรนส์ไม่เรื่องมากหรอกถ้าจะมีหมาป่าอีก
คนพูดพูดพลางขยับแว่นตาอย่างชินนิสัยก่อนท
ทิ้งให้หมาป่าตัวหนึ่งยืนอ้าปากค้างอยู่บน
+++++++
ที่พักสุดประเสริฐที่พอคิดถึงทีไรก็อยากจะ
ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะลืม....ลืมไปแท้ๆว่
แต่ลุยมาขนาดนี้ จะถอยก็ถอยไม่ได้เสียแล้ว........
ก็ได้แต่พยายามทำให้จบให้เร็วที่สุดโดยไม่
คิดพลางถอนหายใจพลางขณะที่ตัวก็ค่อยๆลากขา
แหล่งข่าวที่หนึ่ง....ที่จะพลาดเสียมิได้
[target log]
"นายว่าไหมว่าเดี๋ยวนี้ป้อมเรามันมีอะไรแป
"อะไรที่ว่าแปลกล่ะครับ" คำถามกลับจาก ซีบิล สเวน ผู้เรียบร้อยสมฉายาเดอะพรีสต์
"ถ้าจะว่าถึงเรื่องแปลกมากที่สุด ก็นั่นไง พวกเฟริน" คำพูดจากโคลร์ อาร์มสตรองที่ทุกคนพยักหน้าหงึกๆอย่างเห็น
"นายว่าไงล่ะโร"
คำถามถูกส่งต่อให้ห้องสมุดเคลื่อนที่แห่งป
"ไม่ว่าไง" คำตอบง่ายๆที่ทำให้คนอื่นที่กำลังรอฟังหงุ
"แกจะเก็บความลับอะไรนักหนา พวกเรามันก็เพื่อนป้อมเดียวกัน จะเล่าสู่กันฟังบ้างไม่ได้เหรอ" เสียงทักท้วงจากซอร์โร วันวิล ที่โรขยับรอยยิ้มรับก่อนตอบกลับอย่างมากเล
"ชั้นก็ใช่ว่าไม่อยากบอก แต่ไม่มีอะไรจะบอก"
ไม่มีอะไรจะบอกก็ใช่ว่าจะไม่รู้ แต่ที่รู้นั้นไม่จำเป็นจะต้องบอก......
ความจริงที่"ทุกคน"ในห้องรับรู้ขณะที่"ทุก
.....นายจะปิดอะไรกันนักกันหนาฟร่ะ โร เซวาเรส ไอ้ขอทานบ้า!!!
อารมณ์หงุดหงิดของหมาตัวหนึ่งมันพลุ่งพล่า
....ยังไม่รู้ตัว ความคิดที่ทำให้หมาโล่งอกเหลือหลาย
"แล้วนายล่ะว่าไง กัส" เมื่อเห็นว่าแหล่งข่าวคนสำคัญท่าทางจะใช้ก
"ถ้าขนาดโรยังไม่มีอะไรจะบอก แล้วชั้นจะไปหาอะไรที่ไหนมาเล่า" คำตอบกลับจากกัส โทนีย่าที่ไม่ได้ทำให้อารมณ์คนอื่นรวมถึงห
และบรรยากาศมันชักจะคุกรุ่นจนหมาที่ซ่อนอย
ผู้ชายเลือดร้อน....และยิ่งเป็น"ป้อมอัศวิ
ก็ถ้าเกิดใครสักคนมันจะเกิดทนไม่ไหว.....
"ถ้ามานั่งไล่กันอย่างนี้ก็คงไม่รู้เรื่อง
เป็นเสียงสวรรค์ห้ามทัพจากซีบิลที่ทุกคนยอ
"ถ้าเป็นเรื่องของเฟรินกับคาโล ก็มีหลายเรื่องอยู่....." คำพูดจากเจคเรียกความสนใจของทุกคน พลางแต่ละคนก็คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นมากม
"เรื่องที่นายเห็นเฟรินกะคาโลมีอะไรอะไรกั
"ชั้นเข้าใจแล้วว่าทำไมเฟรินถึงโกรธนายเป็
"อย่าบอกน่ะว่า....เฟรินกะคาโลนี่เป็น....
"แต่เฟรินก็เป็นผู้หญิงด้วยไม่ใช่เหรอ" คำพูดเรียบๆเจาะตรงประเด็นจากกัส โทนีย่าที่ทุกคนคล้อยตามไปด้วยในทันที เว้นก็แต่โรที่หันมามองนักบวชจากกิลดิเรกด
.....ไอ้หมอนี่มันก็เสือดีๆนี่เอง เหมือนจะไม่รู้ แต่ที่จริงอาจจะรู้มากกว่าที่คิด
ความคิดของเจ้าของฉายาขอทานแห่งทริสทอร์ที
"สรุปว่าเฟรินมันเป็นอะไรกันแน่ ผู้ชาย ผู้หญิงหรือหมา" เสียงห้าวบ่นอย่างคนไม่ชอบเรื่องซับซ้อนจา
"ก็ครึ่งหญิงครึ่งชายค่อนหมา" คำสรุปเองง่ายๆดื้อๆจากเดท ไฟเออร์ที่ฟังแล้วยิ่งปวดขมับ
"แต่ได้ข่าวว่าเฟรินไปถอนคำสาปมาแล้วตอนปิ
"ก็ได้ยินมางั้นเหมือนกัน และก็เพราะงั้นแหละเลยไม่มีหมามาให้เล่นเล
"หรือคาโลมันจะหลงเสน่ห์ตอนเฟรินเป็นผู้หญ
คำถามเปิดประเด็นจากโคลร์ที่นั่งเงียบอยู่
.......นั่นเป็นการประกาศสิทธิอย่างเป็นทา
"แต่ตอนนี้เฟรินเป็นผู้ชายไม่ใช่เหรอครับ"
"แล้วก็เรื่องแองจี้ กับเรนอน"
...รักสี่เส้า?..... คำถามในใจทุกคนที่แม้แต่คนที่ดูจะรู้อะไรๆ
....ก็ถ้าป้อมอัศวินจะมีข่าวดีหายาก มันก็ควรจะเป็นชายกับหญิง ไม่ใช่ชายกับชาย.....!!!!
"เดี๋ยวก่อน พวกนายคงไม่คิดว่าคนอย่างคาโลมันจะเป็น...
"ก็ไม่อยากจะขัดหรอกน่ะ....แต่จากที่พวกเร
"ตอนเฟรินไปคลายคำสาปที่เดมอสก็เห็นว่าไปด
"แล้วสายตาของคาโลเวลามองเฟรินน่ะมันก็...
แม้แต่กัสเองก็ยังต้องคว้าน้ำขึ้นมาดื่มดั
"เอาเป็นว่า....เราอย่าไปพยายามสงสัยอะไรใ
ทุกคนร่วมใจกันพยักหน้าพร้อมเพรียงเป็นคำต
หัวข้อสนทนาจึงเปลี่ยนไปยังเรื่องอื่นซึ่ง
แล้วหมาตัวหนึ่งก็คงกลับไปพักผ่อนได้บ้างโ
"แอบฟังคนอื่นพูดมันเสียมารยาทน่ะ....."
===================
25/4/04
Author's note : จบ....ภายในหนึ่งวัน ไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่ดองเค็มฟิคเป็นชีวิ
แต่ก็อย่างว่า....เรื่องที่แต่งมันกะเลยออ
เป็นแฟนฟิคเฟรินเรื่องแรก ก็เลยค่อนข้างจะดีใจมากเป็นพิเศษ เหอเหอ ซาตานแห่งป้อมอัศวินถูกเราเปลี่ยนเป็นคนหน
( ขออภัยสาวกลูคัสด้วยล่ะกัน <= ที่จริงเราก็เป็นด้วยอ่าน่ะ )
ขออภัยพี่แรบบิทกับพี่กบ...เราหยุดมันไม่ได้แล
ป.ล. อย่าลืมล่ะว่านี่มันยังเป็นแค่ตอนที่ 1 และก็อย่าลืมว่าหมาป่าตัวนี้ ( รู้ยังว่าหมาป่าตัวนั้นมันใคร...) ยังคงสิงอยู่ในเอดินเบิร์ก.....( ถ้าไม่โดนจับได้หรือลอเรนซ์ฆ่าตายด้วยความ
Special Thanks : พี่ rabbit ที่แต่งเฟรินให้อ่าน / พี่กบที่เอามา post ให้ได้ติดตาม / พ่อกะแม่ที่ซื้อคอมฯให้เอามาถลุงเน็ต ( พร้อมกับแต่งฟิคและทำ art ) /
ทั่นลูมิน...ที่แม้ตัวทั่นจะไม่ได้อ่านเฟร
แล้วก็ขอขอบคุณคนอ่านและคนเมนท์ทุกคนด้วยค