TTOB-fanfiction

ขอให้คิดว่าช่วงเวลาที่เหตุการณ์ในฟิคนี้เกิดขึ้นมันเป็นช่วงปี 2 ของเฟรินหรือพูดง่ายๆก็ภาค 3 อ่าน่ะ....แน่นอนว่าต้องเป็นช่วงที่ยัง "ไม่เกิดเรื่องเกิดราว"
*/ ฟิคเรื่องนี้เป็นการแต่งโดยผู้เขียนเป็นหนึ่งในตัวละครดำเนินเรื่อง...เพราะฉะนั้นบางคนอาจไม่ชอบการเขียนแนวนี้ที่เหมือนเราเข้าไปยุ่งอะไรกับคนในเรื่องหว่า....อืม...ใครที่รู้สึกอย่างนั้นเราก็ขออำภัยด้วยน่ะค่ะ...

==============================
ดักฟังนักเรียนป้อมอัศวินคุยกัน#1 : บทสนทนา(นินทา)ในห้องนั่งเล่น
==============================

ตั้งแต่ไหนแต่ไรมาโรงเรียนพระราชาเอดินเบิร์กก็ถูกจัดให้เป็นโรงเรียนที่มีการป้องกันเข้มงวดที่สุดในบรรดาโรงเรียนทั้งหมดของเอเดน สาเหตุหนึ่งอาจจะเป็นเพราะที่โรงเรียนแห่งนี้เป็นสถานที่พำนักของเจ้าชายเจ้าหญิง รัชทายาทที่ไม่มีสิทธ์ขึ้นหน้าด้วยยศทั้งหลาย และอาจรวมถึงเจ้าหญิงที่ต้องคำสาปให้กลายเป็นชายบ้างหมาบ้างบางพระองค์ ส่วนอีกหลายๆสาเหตุก็คงมาจากอีกหลายๆปัจจัยซึ่งเป็นเรื่องภายใน.....
ไม่ว่าอย่างไร....การที่จะแทรกตัวเข้าไปในโรงเรียนนั้นทำได้ไม่ง่ายเลย

แต่ตอนนี้ก็สิ่งมีชีวิตบางสิ่งแอบเข้ามาแล้วนี่นา.....

หมาป่าตัวหนึ่งค่อยๆย่องอย่างเงียบกริบผ่านประตูจากฟากหนึ่งไปยังอีกฟากหนึ่ง จากตึกหนึ่งไปยังอีกตึกหนึ่ง
ดวงตาคอยสอดส่องสิบสองผู้พิทักษ์ป้อม ระแวดระวังสามในสี่ผู้คุมกฏ
สำหรับสามขุนพล กับเสธคนสำคัญทั้งสอง...
กลายเป็นบัญชีดำ....
เป็นพวกที่เห็นแล้วต้องรีบเผ่น ก่อนที่ฝ่ายเห็นจะเป็นอีกฝ่าย...
แล้วคราวนี้จะได้สลับฝ่ายขึ้นบัญชีดำกันอีก....

"เฮ้!!"
เสียงเรียกดังขึ้นก่อนให้หมาสะดุ้งโหยงก่อนจะหันขวับกลับไปแล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก....

"ไหนบอกจะรอที่หน้าประตู" เจ้าหมาตรงหน้าบ่นอุบให้คนในเงามืดขยับรอยยิ้มขันกับสีหน้าหงุดหงิดไม่สมหมา...

"จะให้ยืนรอปูพรมรับเสด็จรึไง นี่ก็อุตส่าห์เบิกทางให้เข้าได้ง่ายๆแล้ว" คำแก้ตัวฟังดูมีเหตุผล และก็คงเพราะคนตรงหน้าที่ทำให้ประตูทางเข้าเปิดโล่งหยั่งกะจะเชิญชวนให้ชาวเมืองพาสัตว์เลี้ยงเข้าไปเดินเล่น ถึงแม้จะเพียงชั่วแว่บเดียวก็เหอะ

"คนน่าสงสัยที่พวกยามตามไปเมื่อกี้ก็นายสิน่ะ"

"ของตาย" คำตอบกลับพร้อมรอยยิ้มสบายๆประจำตัวที่มองแล้วก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีเหลือหลายที่ไม่ต้องมาเห็นรอยยิ้มอีกลักษณะของคนๆนี้

"ขอบใจมากที่ช่วย"

"เก็บคำขอบใจไว้ แล้วเอาเป็นว่าชั้นขอ 20 เปอร์เซนต์" คำตอบกลับที่ทำให้หมาที่เริ่มสำนึกในบุญคุณได้สำนึกถึงข้อเท็จจริง....

ซาตานยังไงก็ยังเป็นซาตาน......

"ที่ตกลงกันไว้ตอนแรกคือ 10 เปอร์เซนต์" เสียงท้วงออดๆแอดๆที่อีกฝ่ายขยับรอยยิ้ม

"ข้าวยากหมากแพง ราคาของอะไรก็ขึ้น...."
คำค้านจากคนตรงหน้าฟังดูไร้เหตุผล แต่ทำไงได้นอกจากต้องยอมรับอย่างจนปัญญาเพราะหากขาดความช่วยเหลือจากคนตรงหน้างานนี้ก็คงเหลวเป๋ว.....

ยังไง 80 ก็ยังดีกว่า 0 ล่ะฟร่ะ....

"ตกลงๆชั้นให้นาย" ตอบกลับอย่างเสียมิได้

"ยินดีที่ได้ทำธุรกิจด้วย"

"แล้วที่พักชั้นล่ะ"
รีบถามก่อนที่ทั้งตัวเองและอีกฝ่ายจะลืม แต่คำตอบกลับมันชวนให้เวียนหัวสิ้นดี....

"ลอเรนส์ไม่เรื่องมากหรอกถ้าจะมีหมาป่าอีกสักตัวมาอยู่ในห้อง"
คนพูดพูดพลางขยับแว่นตาอย่างชินนิสัยก่อนที่จะหันหลังกลับสาวเท้าไปตามทางเดิน

ทิ้งให้หมาป่าตัวหนึ่งยืนอ้าปากค้างอยู่บนทางเดินท่ามกลางความมืดที่โรยตัวและแสงจันทร์คืนแรม.......

+++++++

ที่พักสุดประเสริฐที่พอคิดถึงทีไรก็อยากจะเอาหัวเจ้าคนช่างจัดหาไปวัดความแข็งแกร่งกะฝาผนังเสียให้เข็ด งานที่ตอนแรกดูจะสบายๆเพราะได้ผู้ช่วยเหลือมือดี กลับกลายเป็นยุ่งยากจนอยากยกเลิกเสียให้รู้แล้วรู้รอด
ที่เป็นอย่างนี้ก็เพราะลืม....ลืมไปแท้ๆว่านิสัยไอ้บ้านั่นมันเป็นยังไง
แต่ลุยมาขนาดนี้ จะถอยก็ถอยไม่ได้เสียแล้ว........
ก็ได้แต่พยายามทำให้จบให้เร็วที่สุดโดยไม่ให้มีปัญหานั่นแหละ...

คิดพลางถอนหายใจพลางขณะที่ตัวก็ค่อยๆลากขาทั้งสี่ไปตามทางเดินในป้อมก่อนที่จะค่อยๆเปลี่ยนจากตีนหมาเป็นตีนแมวเมื่อใกล้ถึงห้องนั่งเล่นของชั้นปีที่สองแห่งป้อมอัศวิน....

แหล่งข่าวที่หนึ่ง....ที่จะพลาดเสียมิได้

[target log]

"นายว่าไหมว่าเดี๋ยวนี้ป้อมเรามันมีอะไรแปลกๆ" เสียงจากครี๊ด ธันเดอร์ ดังขึ้นกระตุ้นความสนใจของเพื่อนร่วมรุ่นทั้งเก้าที่อยู่ในห้องให้หันมามองคนพูดเปิดประเด็นอย่างสนอกสนใจ

"อะไรที่ว่าแปลกล่ะครับ" คำถามกลับจาก ซีบิล สเวน ผู้เรียบร้อยสมฉายาเดอะพรีสต์

"ถ้าจะว่าถึงเรื่องแปลกมากที่สุด ก็นั่นไง พวกเฟริน" คำพูดจากโคลร์ อาร์มสตรองที่ทุกคนพยักหน้าหงึกๆอย่างเห็นด้วย

"นายว่าไงล่ะโร"
คำถามถูกส่งต่อให้ห้องสมุดเคลื่อนที่แห่งป้อมอัศวิน ผู้ซึ่งได้รับการยกย่องจากเพื่อนร่วมชั้นปีทุกคนว่า...ถ้ามันยังไม่รู้ ก็คงไม่มีใครรู้มากไปกว่ามันอีกแล้ว

"ไม่ว่าไง" คำตอบง่ายๆที่ทำให้คนอื่นที่กำลังรอฟังหงุดหงิด.......ก็มันเห็นกันจะๆว่าคนตรงหน้าไม่ใช่ว่าจะไม่รู้ เพียงแต่รู้แล้วมันไม่ยอมบอก.....

"แกจะเก็บความลับอะไรนักหนา พวกเรามันก็เพื่อนป้อมเดียวกัน จะเล่าสู่กันฟังบ้างไม่ได้เหรอ" เสียงทักท้วงจากซอร์โร วันวิล ที่โรขยับรอยยิ้มรับก่อนตอบกลับอย่างมากเล่ห์

"ชั้นก็ใช่ว่าไม่อยากบอก แต่ไม่มีอะไรจะบอก"

ไม่มีอะไรจะบอกก็ใช่ว่าจะไม่รู้ แต่ที่รู้นั้นไม่จำเป็นจะต้องบอก......
ความจริงที่"ทุกคน"ในห้องรับรู้ขณะที่"ทุกตัว"ก็ซึ้งจนขึ้นใจ....
.....นายจะปิดอะไรกันนักกันหนาฟร่ะ โร เซวาเรส ไอ้ขอทานบ้า!!!
อารมณ์หงุดหงิดของหมาตัวหนึ่งมันพลุ่งพล่านก่อนที่เจ้าตัวจะรู้สึกตัวแล้วรีบเก็บไอพยาบาทก่อนที่จะเป็นที่สังเกต.....
....ยังไม่รู้ตัว ความคิดที่ทำให้หมาโล่งอกเหลือหลาย

"แล้วนายล่ะว่าไง กัส" เมื่อเห็นว่าแหล่งข่าวคนสำคัญท่าทางจะใช้การไม่ได้ คำถามจึงถูกส่งมาให้อีกคนที่ดูน่าจะพูดกันรู้เรื่องมากกว่า

"ถ้าขนาดโรยังไม่มีอะไรจะบอก แล้วชั้นจะไปหาอะไรที่ไหนมาเล่า" คำตอบกลับจากกัส โทนีย่าที่ไม่ได้ทำให้อารมณ์คนอื่นรวมถึงหมาอีกตัวหนึ่งดีขึ้นเลย...

และบรรยากาศมันชักจะคุกรุ่นจนหมาที่ซ่อนอยู่หนักใจ...
ผู้ชายเลือดร้อน....และยิ่งเป็น"ป้อมอัศวิน"
ก็ถ้าเกิดใครสักคนมันจะเกิดทนไม่ไหว.....

"ถ้ามานั่งไล่กันอย่างนี้ก็คงไม่รู้เรื่องกันหรอกครับ ลองมาช่วยกันสรุปและช่วยกันคิดดีกว่าว่าเกิดอะไรขึ้นกันบ้าง"
เป็นเสียงสวรรค์ห้ามทัพจากซีบิลที่ทุกคนยอมรับอย่างเห็นด้วย และหมารู้สึกขอบใจอย่างเหลือหลาย...ก็ถ้าต้องมานั่งดูคนทดสอบความคมของดาบในฝัก ถึงแม้ว่ามันจะน่าดู....แต่มันไม่ใช่ความบันเทิงที่ดีเอาเสียเลยสำหรับเวลาอย่างนี้.....

"ถ้าเป็นเรื่องของเฟรินกับคาโล ก็มีหลายเรื่องอยู่....." คำพูดจากเจคเรียกความสนใจของทุกคน พลางแต่ละคนก็คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นมากมายตั้งแต่ตอนอยู่ปีหนึ่ง

"เรื่องที่นายเห็นเฟรินกะคาโลมีอะไรอะไรกันน่ะ โร สรุปว่ามันเป็นยังไง" คำถามตรงไปตรงมาจากอาชูร่าก่อนที่โรจะเริ่มสาธยายให้ฟังและได้คำตอบรับอย่างดีเยี่ยมด้วยสีหน้าเหยเกของเพื่อนทุกคน

"ชั้นเข้าใจแล้วว่าทำไมเฟรินถึงโกรธนายเป็นฟืนเป็นไฟตอนนั้น"

"อย่าบอกน่ะว่า....เฟรินกะคาโลนี่เป็น......." เสียงถามกระท่อนกระแท่นจากเอ็ดเวิร์ด

"แต่เฟรินก็เป็นผู้หญิงด้วยไม่ใช่เหรอ" คำพูดเรียบๆเจาะตรงประเด็นจากกัส โทนีย่าที่ทุกคนคล้อยตามไปด้วยในทันที เว้นก็แต่โรที่หันมามองนักบวชจากกิลดิเรกด้วยสายตาพินิจพิจารณา

.....ไอ้หมอนี่มันก็เสือดีๆนี่เอง เหมือนจะไม่รู้ แต่ที่จริงอาจจะรู้มากกว่าที่คิด
ความคิดของเจ้าของฉายาขอทานแห่งทริสทอร์ที่บังเอิญไปตรงกับหมาป่าผู้บุกรุกโดยไม่รู้ตัว....

"สรุปว่าเฟรินมันเป็นอะไรกันแน่ ผู้ชาย ผู้หญิงหรือหมา" เสียงห้าวบ่นอย่างคนไม่ชอบเรื่องซับซ้อนจากครี๊ด

"ก็ครึ่งหญิงครึ่งชายค่อนหมา" คำสรุปเองง่ายๆดื้อๆจากเดท ไฟเออร์ที่ฟังแล้วยิ่งปวดขมับ

"แต่ได้ข่าวว่าเฟรินไปถอนคำสาปมาแล้วตอนปิดเทอมไม่ใช่เหรอ?"

"ก็ได้ยินมางั้นเหมือนกัน และก็เพราะงั้นแหละเลยไม่มีหมามาให้เล่นเลย...." คำพูดติดจะเสียดายจากซอร์โรที่หมาอีกตัวแอบขยับรอยยิ้ม

"หรือคาโลมันจะหลงเสน่ห์ตอนเฟรินเป็นผู้หญิงว่ะ?"
คำถามเปิดประเด็นจากโคลร์ที่นั่งเงียบอยู่นาน ชวนให้คนฟังแต่ละคนต้องนิ่งค้างนึกไปถึงเรื่องไม่เป็นเรื่องที่ลืมไปนาน....ตอนที่คาโลถอดไข่มุกแสงจันทร์ของโรออกจากคอเฟรินภาคหญิงแล้วเอาของตัวเองใส่ให้แทน.....

.......นั่นเป็นการประกาศสิทธิอย่างเป็นทางการของเจ้าชายน้ำแข็งแห่งคาโนวาลรึเปล่า?

"แต่ตอนนี้เฟรินเป็นผู้ชายไม่ใช่เหรอครับ" คำถามแผ่วเบาจากซีบิลที่ชักไม่มั่นใจว่าควรจะออกปากไปรึเปล่าเรียกสีหน้ากระอั่กกระอ่วนจากเพื่อนๆอีกครา

"แล้วก็เรื่องแองจี้ กับเรนอน"

...รักสี่เส้า?..... คำถามในใจทุกคนที่แม้แต่คนที่ดูจะรู้อะไรๆดีที่สุดอย่างโรก็อดจะหลุดคิดตามไปด้วยไม่ได้

....ก็ถ้าป้อมอัศวินจะมีข่าวดีหายาก มันก็ควรจะเป็นชายกับหญิง ไม่ใช่ชายกับชาย.....!!!!

"เดี๋ยวก่อน พวกนายคงไม่คิดว่าคนอย่างคาโลมันจะเป็น...... หรอกน่ะ" คำถามจากอาชูร่าที่ถามไปเพื่อเรียกสติสตังของตัวเองคืนมา หากแต่แม้ตัวเองก็ยังไม่มั่นใจว่าคำตอบที่ได้จะเป็นยังไง

"ก็ไม่อยากจะขัดหรอกน่ะ....แต่จากที่พวกเราเห็นน่ะ...คาโลออกจะ"อ่อน"ให้กับเฟรินมากเป็นพิเศษไม่ใช่เหรอ"

"ตอนเฟรินไปคลายคำสาปที่เดมอสก็เห็นว่าไปด้วยกัน...."

"แล้วสายตาของคาโลเวลามองเฟรินน่ะมันก็..... " คำสนับสนุนจากเดทที่พาเอาทุกคนจมลงสู่โลกอันมืดมิดไปเรียบร้อย...

แม้แต่กัสเองก็ยังต้องคว้าน้ำขึ้นมาดื่มดับเครียดแล้วชักนึกอยากได้เหล้าแรงๆสักขวดมาหยุดความคิด ถึงแม้มันจะขัดกับภาพพจน์เดอะพรีสต์ของตัวเองไปหน่อยก็ตาม......

"เอาเป็นว่า....เราอย่าไปพยายามสงสัยอะไรให้มากเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยดีกว่า...." โรพูดอย่างพยายามไล่ความงุ่นง่านในใจตัวเองหลังหลุดจากภวังค์ความคิดอย่างยากเย็น.....

ทุกคนร่วมใจกันพยักหน้าพร้อมเพรียงเป็นคำตอบอย่างไม่ได้นัดหมายกันมาก่อน......

หัวข้อสนทนาจึงเปลี่ยนไปยังเรื่องอื่นซึ่งหมาป่าไม่คิดจะสนใจ แต่เรื่องที่คุยกันตอนแรกมันคงมีผลบ่อนทำลายความสามารถทางความคิดมากกว่าที่ใครๆคาด ไม่นานนักทุกคนจึงพร้อมใจสลายตัวแยกย้ายกันไปนอน.....

แล้วหมาตัวหนึ่งก็คงกลับไปพักผ่อนได้บ้างโดยไม่ต้องช็อกค้าง หากเพียงแต่ว่าหูหมามันจะไม่ดีจนได้ยินคำเปรยแผ่วเบาจาก กัส โทนีย่า ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินออกจากห้องเป็นคนสุดท้าย.....

"แอบฟังคนอื่นพูดมันเสียมารยาทน่ะ....."

===================
25/4/04

Author's note : จบ....ภายในหนึ่งวัน ไม่อยากจะเชื่อว่าคนที่ดองเค็มฟิคเป็นชีวิตอย่างเราจะจบฟิคได้ภายในหนึ่งวัน.... ( อัตราการแต่งฟิคให้จบเป็น 1/1000 อัตราการแต่งให้จบในวันเดียวเป็น 1/10000 )
แต่ก็อย่างว่า....เรื่องที่แต่งมันกะเลยออกมางี่เง่าสิ้นดีแปรผันตรงกับเวลาที่แต่งนั่นแหละ ( ถ้ามีเวลามากๆ ฟิคจะไม่งี่เง่า แต่บางครั้งแต่งงี่เง่าอาจจะดีกว่าแต่งหลอนๆแบบที่เคยแต่งก็ได้เนอะ)
เป็นแฟนฟิคเฟรินเรื่องแรก ก็เลยค่อนข้างจะดีใจมากเป็นพิเศษ เหอเหอ ซาตานแห่งป้อมอัศวินถูกเราเปลี่ยนเป็นคนหน้าเงินไปซะแล้ว แต่เวลาจิ้นถึงตานี่ภาพพจน์มันออกมาเป็นแบบนี้ทุกทีเลยง่ะ
( ขออภัยสาวกลูคัสด้วยล่ะกัน <= ที่จริงเราก็เป็นด้วยอ่าน่ะ )

ขออภัยพี่แรบบิทกับพี่กบ...เราหยุดมันไม่ได้แล้วกับอาการ Y ....( ที่จริงไม่ได้ Y สักหน่อย ไม่ใช่ความผิดนู๋น้า ความผิดเฟรินกะคาโลที่ชอบทำตัวลึกลับจนคนอื่นเขาเข้าใจผิดตะหากต่างหาก <= โทษไปถึงตัวละครอีก...เลวจริงเรา....)

ป.ล. อย่าลืมล่ะว่านี่มันยังเป็นแค่ตอนที่ 1 และก็อย่าลืมว่าหมาป่าตัวนี้ ( รู้ยังว่าหมาป่าตัวนั้นมันใคร...) ยังคงสิงอยู่ในเอดินเบิร์ก.....( ถ้าไม่โดนจับได้หรือลอเรนซ์ฆ่าตายด้วยความรำคาญของพี่แกซะก่อน <= ไม่มีทางร้อก เหอเหอ)

Special Thanks : พี่ rabbit ที่แต่งเฟรินให้อ่าน / พี่กบที่เอามา post ให้ได้ติดตาม / พ่อกะแม่ที่ซื้อคอมฯให้เอามาถลุงเน็ต ( พร้อมกับแต่งฟิคและทำ art ) /
ทั่นลูมิน...ที่แม้ตัวทั่นจะไม่ได้อ่านเฟริน(หรืออ่าน? ยังไม่ได้ถาม)...แต่ฟิคของทั่นก็ทำให้เราคิดมุขแต่งฟิคออก

แล้วก็ขอขอบคุณคนอ่านและคนเมนท์ทุกคนด้วยค่า....^^

หมายเหตุ : มี#2 ก็แสดงว่าต้องมี #1 ขอแนะนำให้อ่าน #1ก่อน #2 น่ะเคอะ ไม่งั้นจะไม่รู้เรื่องเอาน่ะ เดี๋ยวจะหาว่าหมาไม่เตือน.....

==============================
ดักฟังนักเรียนป้อมอัศวินคุยกัน#2 : เจรจาห้องพัก
==============================

ขาหมาค่อยๆลากพาร่างอันเหนื่อยอ่อนของเจ้าตัวตามทางเดินก่อนจะมาหยุดอยู่หน้าห้องนอนห้องหนึ่งของนักเรียนชั้นปีที่หก.....
.....ห้องพักของนักบวชกับซาตานแห่งป้อมอัศวิน

เมื่อมั่นใจว่าตัวเองคงไม่ทะเล่อทะล่างี่เง่าจนเข้าผิดห้อง ขาหน้าหมาก็ยื่นออกหมายจะจับลูกบิดประตู.........

ปัง!!!
เสียงกระแทกโครมก่อนที่ตัวหมาจะกลิ้งหลุนๆไปอีกทาง
คนประทุษร้ายหลังประตูโผล่หน้ามายิ้มเผล่อย่างชวนให้กระโดดกัดเป็นที่สุด....
"เข้ามาซิ" คำชวนที่หมาทำตามขณะถลึงตาจ้องมองอย่างกินเลือดกินเนื้อ....

"ชั้นไม่เคยสนใจเรื่องแกจะเลี้ยงหมา แต่เอาตัวมันไปไว้ที่ของมัน" น้ำคำเย็นเยียบจากชายผมทองเจ้าของฉายานักบวชแห่งป้อมอัศวินหลังได้รับคำอธิบายงี่เง่าจากเพื่อนร่วมห้อง

"ให้มันอยู่ในห้องด้วยเถอะ หมาตัวนี้มันสุขภาพไม่ค่อยดี งี่เง่า ดื้อด้าน อยู่อากาศข้างนอกร้อนๆหนาวๆมันจะไม่สบาย"
คำอ้อนจากลูคัส ซาโดเรียที่หมาฟังแล้วแยกเขี้ยวงุด รู้สึกเหมือนถูกด่าทางอ้อมตะหงิดๆ....

"ไม่" คำยืนกรานหนักแน่น

"น่านะ ลอรี่ นาย...." คนพูดยังไม่ทันได้พูดจบ มีดเล่มหนึ่งก็พุ่งเฉียดใบหน้าไปปักที่กำแพงด้านหลัง เรียกรอยแผลเล็กๆบนใบหน้าคนปากมาก....

มองกำแพงที่มีมีดปักอยู่สลับกับคนตรงหน้าแล้วก็ทำให้เข้าใจอย่างไม่ต้องสงสัยเลยว่าทำไมกำแพงห้องมันถึงเป็นรูได้มากมายขนาดนั้น.....

"ชั้นเตือนกี่ครั้งแล้วว่าอย่าเรียกชั้นอย่างนั้น!"

"ก็ได้ๆ ลอเรนซ์ แล้วเรื่องหมาชั้นล่ะ" คนพูดว่าง่ายอย่างพยายามเอาใจอีกฝ่ายแต่มันคงไม่ได้ผล....

"ถ้าแกจะเอามันนอนในห้อง แกก็ไปนอนข้างนอก....!!" เป็นคำตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นๆประจำตัวก่อนที่คนพูดจะเดินไปอาบน้ำและล้มตัวลงนอนอย่างไม่อยากจะสนใจอะไรอีก.....

++++++
"ใจร้ายๆ ทั้งเธอทั้งลอรี่" คำบ่นที่มาพร้อมแสงแดดยามเช้าจากลูคัส ซาโดเรีย ส่งตรงให้กับหมาตัวหนึ่งที่บัดนี้กระดิกหางนอนสบายอยู่บนเตียงซึ่งเคยเป็นของเขา.......

"ก็นายบอกเองนี่.....ลอเรนส์ไม่เรื่องมากหรอกถ้าจะมีหมาป่าอีกสักตัวมาอยู่ในห้อง" คำแขวะอย่างได้ทีจากเจ้าหมาป่าตรงหน้าที่ดูจะมีความสุขอยู่บนความทุกข์ของเขาได้อย่างเต็มภาคภูมิ

"ก็ใครมันจะไปรู้ว่ามันจะถือสิทธิขนาดไล่ชั้นออกไปนอนนอกห้อง...."

"แล้วนายก็ออกไปนอนนอกห้องจริงๆ จนโรเวนเห็นเข้าแล้วอดสงสารไม่ได้เลยต้องถ่อมาช่วยขอร้องลอเรนซ์ให้....." พูดพลางกลั้นหัวเราะจนตัวโยน ก่อนออกปากสำทับ "งี่เง่า"

"ถ้าไม่ใช่เพราะเธอชั้นก็ไม่ลำบากขนาดนี้" โยนความผิดให้กับสิ่งมีชีวิตตรงหน้า แต่เจ้าหล่อนกลับกระดิกหางถูกใจ ก่อนเอ่ยปากพลางหัวเราะหึหึอย่างผู้ถือไพ่เหนือกว่า

"นายรับคำเองน่ะ แล้วชั้นก็อุตส่าห์จะจ่ายให้ อย่าลืมซิว่าของฟรีไม่มีในโลก"

คำพูดที่ทำให้ชายผมดำอยากย้อนเวลากลับมาพิจารณาการตัดสินใจของตัวเองซะใหม่......
ที่เคยคิดว่างานนี้จะคุ้ม เพราะนอกจากน่าสนุกแล้วยังเพิ่มรายรับ.....แต่ที่ลืมนึกไปสนิทก็นิสัยของไอ้คนที่อยู่ตรงหน้า.......
นิสัยมันเสียไม่ต่างกันกับเขาเลยสักนิด........

"จบงานนี้แล้วเรื่องร่วมมือกับเธออีกเห็นทีจะต้องลาขาด"

"อีกไม่นานนายจะถอนคำพูดนี้" คำประกาศพร้อมแววตามากเล่ห์จากหมาที่ถูกขัดด้วยเสียงเปิดประตูพร้อมกับการกลับมาของลอเรนส์ ดอว์น

"ว่าไงลอรี่" คำทักทายชวนประสาทเสียจากคนจอมหาเรื่องข้างตัว แต่อีกฝ่ายกลับไม่ขยับมือขว้างอาวุธอย่างปรกติวิสัย กลับหันกลับมามองก่อนเอ่ยปากตั้งคำถามที่ทำให้ทั้งหมาทั้งคนขนลุกชัน

"ที่คุยกันเมื่อกี้หมายความว่าไง"

จำเลยทั้งคู่ได้แต่ช็อกค้างนิ่งเงียบกันไปคนละหลายวิฯก่อนหันกลับมามองหน้ากันอย่างพยายามโทษว่าเป็นความผิดของอีกฝ่าย.....
พฤติกรรมที่ชวนให้เส้นอารมณ์ขาดผึ่ง....

"ตกลงจะบอกดีๆหรือต้องให้ชั้นไปเชิญโรเวนมาเป็นคนไต่สวน" คำพูดพาดพิงถึงเสธคนสำคัญของป้อมอัศวินที่ทั้งสองพร้อมใจส่ายหน้าจนหัวแทบหลุด

นักโทษงี่เง่าสองคนเลยจำต้องเอ่ยคำสารภาพยืดยาวต่อหน้าผู้คุมที่ไม่น่าเป็นศัตรูด้วย.....

++++++
"ชั้นคิดอยู่แล้วว่าเธอไม่ใช่หมาธรรมดา" พูดพลางเปรยสายตาไปยังจำเลยขนปุยที่นั่งทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยม
"แต่ก็ไม่นึกว่าพวกแกจะหาเรื่องกันขนาดนี้"

"แล้วสรุปนายจะให้ยัยนี่อยู่ต่อรึเปล่า" คำถามจากลูคัสวกเข้าประเด็น

"ยิ่งรู้ว่ามาทำอะไรอย่างนี้...ไม่มีทาง" คำประกาศเสียงแข็งจากลอเรนส์

คำพูดที่ทำให้หมาต้องรีบขุดเอาสมองที่ไม่ค่อยจะได้ใช้มาใช้คิดแก้ปัญหา....
ซวยชิบเป๋ง.....
ยังไงก็ต้องลองพึ่งไม้นี้แล้ว.......ถึงจะไม่ค่อยชัวร์นักก็เหอะ....

"ชั้นคงไม่มีปัญหา ที่มีปัญหาน่ะมันคงเป็นเรื่องเกี่ยวกับความลับลับๆของนาย ชั้นเองมันก็ปากไม่อยู่สุข" คำกล่าวลอยๆจากสิ่งมีชีวิตคนปุยตัวเดียวในห้องที่เรียกความสนใจจากอีกสองบุรุษชะงัด

"เธอรู้?" คำถามฟังดูเย็นชาไม่เปลี่ยน หากแต่มันมีสัญญาณของความหวาดหวั่นปะปน ถึงแม้เจ้าตัวจะเพียรสะกดกลั้นจนสัมผัสได้เพียงชั่วลมหายใจยุง แต่กลับไม่รอดพ้นความรู้สึกอันเฉียบคมของซาตานแห่งป้อมอัศวินที่บัดนี้ตาลุกวาวด้วยความสงสัย
ขณะที่หมาอีกตัวยิ้มกริ่มอย่างพึงใจก่อนจะพยักหน้าช้าๆเป็นเชิงยอมรับ....

ดวงหน้าติดจะดูดีของลอเรนส์ซีดไปถนัดก่อนที่เจ้าตัวจะกระแอมเบาๆเอ่ยปากอย่างไว้ตัว "ถ้าเธอจะไม่วุ่นวาย ชั้นก็ไม่มีปัญหา"

คำพูดเรียกรอยยิ้มจากเจ้าขนปุย ขณะที่คนพูดรีบขอปลีกตัวออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว....

สำเร็จอย่างงดงาม........

เพราะแบบนี้เองลูคัสถึงอดจะแหย่ไม่ได้ ก็แกล้งคนแบบนี้มันสนุกจะตาย....

"นี่ๆ สรุปว่าไอ้ความลับลับๆของลอรี่นี่มันคืออะไร" เสียงถามคาดคั้นจากอีกบุรุษที่อยู่ในห้อง

"ไม่บอก" คำตอบที่ลูคัสอยากเปลี่ยนสายพันธุ์เป็นหมากะทันหันจะได้กระโดดกัดคนตรงหน้าให้รู้แล้วรู้รอด

ความลับลับๆของลอเรนส์ ดอว์น นักบวชแห่งป้อมอัศวิน....
มันคืออะไรกันน่ะ....?

===================
26/4/04

Author's note : จบ...ภายใน 1 วัน ติดต่อกันถึง 2 ฟิค ( ช็อกในความสามารถของตัวเอง) ตอนที่ 2 นี่ไม่ได้ออกไปดักฟังใครที่ไหนเลยแหะ มัวแต่นั่งเถียงกับลูคัส แต่ได้แกล้งลอเรนส์มันก็เป็นอะไรที่สนุกดี ( ในที่สุดเราก็จับมายำๆๆอย่างสนุกสนานซะแล้ว)
ตอนแรกกะจะแอบดอดออกไปหาเรื่องเหมือนกัน แต่มันจะทำให้ตอนนี้มันยาวไปซักหน่อย ( แล้วก็จะไม่มีอะไรเขียนตอนหน้า) ก็เลยยกรายการสอดรู้สอดเห็นไปไว้ตอนที่ 3.....
ไปๆมาๆเริ่มรู้สึกว่าเอาตัวเองไปเป็นเมนหลักในเรื่องซะแล้ว แต่แต่งไปแล้วก็ไม่มีใจจะแก้ ( หนุกดีด้วย เอิ้กๆ)
ติดตามตอนต่อไป ( ตอนที่ 3 ) เราจะพาท่านบุกถ้ำเสือ............เหอเหอเหอ