[TTOB fanfiction] The Answer....
posted on 23 Jan 2006 22:57 by aathewolf in TTOB-fanfictionWritten : Long time After have read Chap.25/4 (และยังไม่ได้อ่านบทต่อไป....)
Mode : Cry..Cry..Cry T-T
A/N : short fic ที่เก็บไว้นาน ไหนๆเลยเอาไปฉลองเว็บเด็กดีใหม่ ไหนๆกว่าจึงลงบลอกประจานตัวเอง เป็นฟิคที่แต่งนานมากแล้วหลังอ่านบทนั้นในเล่มสี่จบแล้วเขียนก่อนอ่านบทต่อไป สิริรวมรีไรท์ใหม่ก็ประมาณ 45 นาทีพอดี ไม่ได้เกลาคำมากมาย เลยอาจห่วย(มาก)ไปบ้าง ขออภัย(อีกแล้ว)
จะว่าไปหมาเขียนเรื่องเกี่ยวกับคิลบ่อยมากเลยนิ ^^; เพิ่งรู้ตัว (ทั้ง cure, The Valentine แล้วยังนี่อีก ^^;)
-----------------------------
The Answer....
-----------------------------
"พ่อฮะ" เสียงใสจากเจ้าตัวเล็กดังขึ้นเรียกความสนใจจากผู้เป็นบิดา
"มีอะไรเหรอคิล"
"ผู้หญิงคนนั้นเขาร้องไห้ทำไมเหรอฮะ" คำถามไร้เดียงสาจากเด็กไม่ประสาในอ้อมแขนที่เวส คิลมัสได้แต่มุ่นหัวคิ้ว เกาหัวแกรกอย่างจนปัญญาที่จะตอบ...
อย่างที่วิลเลี่ยมว่าไม่มีผิด...คำถามของเด็ก...ตอบยากเสมอ...
"พ่อ?" น้ำเสียงรบเร้าจากเด็กชายนัยน์ตาสีม่วงที่ใบหน้าเล็กๆทำขึงขังเกินตัวทำเอาผู้เป็นพ่อได้แต่ยิ้มอย่างจนใจ ก่อนมือใหญ่จะขยี้ผมสีดำสนิทของเจ้าลูกชาย กล่าวด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอย
"...พอลูกโตขึ้นก็คงจะเข้าใจ"
-----------------------------
เลือดข้นจากร่างกายมนุษย์สาดกระเซ็นทาบทับผนังสีขาวย้อมกลายเป็นสีแดงฉาน.... ภายใต้ความมืดอนธกาลและความเงียบที่ราวกับใครสะกดห้วงเวลา...
.
อาวุธปลิดชีพในมือเขาสำแดงเดชอย่างที่เคยเป็นมาด้วยความสามารถที่ถูกฝึกปรืออย่างดีสมฉายานักฆ่า...
คิลมัส ฟิลมัส เดอะคิลเลอร์ ออฟซาเรส....
เด็กชายวัยสิบสี่จ้องมอง "งาน" ที่เสร็จสิ้นของตน ก่อนร่างทั้งร่างจะลับหายไปจากสถานที่ซึ่งแปดเปื้อนนั่น ทิ้งสิ่งที่เคยเป็นอดีตมนุษย์...ร่างกายที่ไร้ซึ่งวิญญาณไว้ราวกับฝันร้ายกลางฤดูหนาวของคืนไร้จันทร์
ไม่นานนัก...เสียงกรีดร้องตามด้วยเสียงร้องระงมปานขาดใจดังขึ้นไม่ต่างจากที่เคย...เหมือนบทเพลงที่บรรเลงซ้ำๆให้ได้ยินจนระอา....
ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งไม่เข้าใจ...
ทำไมต้องร้องไห้กับแค่การจากไปของคนคนเดียว??
คำตอบที่ได้รับจากพ่อเขายังจำได้ดี...แต่จนเวลาผ่านไปเป็นสิบปีเขาก็ยังไม่เคยรู้คำตอบของน้ำตาที่เห็นมาตลอดตั้งแต่เด็กจนโต...
เพียงแค่คิด....ความอยากรู้อยากเห็นก็พลุ่งพล่านให้ระงับแทบไม่อยู่ หากส่วนลึกหนึ่งในใจกลับบอกไปอีกอย่าง....
...ยังไม่ถึงเวลา....
ความรู้สึกที่พ่อบอกเสมอว่าให้เชื่อ เพราะสัญชาตญาณไม่มีวันโกหก....
คิลได้แต่ถอนหายใจ....
...ตอนนี้ยังไม่รู้ก็ไม่เป็นไร....
เพราะคำว่า"โต"ของพ่อก็ไม่ได้บอกว่าจะโตแค่ไหนถึงจะได้รู้
...บางทีเขาอาจจะยังเด็กเกินไป...
-----------------------------
"แสบตาชะมัด เกล็ดหิมะนี่" สบถอย่างหัวเสียกับหิมะบางเบาที่โรยตัวเงียบเชียบรอบกาย ยิ่งหงุดหงิดเมื่อค้นพบว่าขอบตาตัวเองมันทั้งชื้นทั้งพร่ามั่วด้วยหยดน้ำและความรู้สึกแปลกๆจากน้ำใสๆที่ไหลอาบข้างแก้ม....
"จนแล้วจนรอดมันก็ถนัดแต่เรียกน้ำแข็ง" คำกล่าวโทษที่ทำเอาคนพูดคิ้วกระตุกเพราะชักจะเหมือนใครสักคนเข้าให้ทุกที หากคนเป็นนักฆ่าก็ยังไม่เลิกคิดจะบ่นตะแบงพ่อมดเพื่อนซี้ที่อาจทำให้เขาต้องจับไข้เพราะพายุหิมะของมัน...
คนเจ้าความคิด ที่บัดนี้....อะไรบางอย่างทำให้มันทำตัวเป็นคนไร้หัวคิด
อะไรบางอย่างที่เขาได้แต่ต่อว่ามันว่าบ้า เพราะทำให้เขาต้องพบความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้....
เฟรินบ่นไว้ถูกไม่ผิดสักนิด....มันน่ะบ้าศักดิ์ศรี...
ถึงมันจะเป็นเจ้าชาย..แต่ใครอนุญาตให้มันเลือกทำแบบนี้....
สิ่งที่เกาะอยู่บนใบหน้า น้ำหยดใสซึ่งไหลจากนัยน์ตาที่บัดนี้แทบจะเปลี่ยนจากสีม่วงเป็นสีแดง ไม่ได้มาจากเกล็ดน้ำแข็งหรือพายุ....
แต่มันมาจากความรู้สึกที่บัดนี้ถูกนำพาด้วยหิมะ...
หิมะที่หอบกลิ่นอายแห่งการสูญเสีย และการร่ำไห้ด้วยความโศกเศร้า เสียงกรีดระงมที่สะท้อนก้องรอบตัว แฝงอยู่ทุกอณูของอากาศ ....
....รวมทั้งพัดโู่หมอยู่ในใจเขา....
หิมะสีขาวที่คิล ฟีลมัสได้แต่ตรึงไว้ในความทรงจำ....ว่าหนาว....และมันจะหนาวกว่าปีใดๆ....
พ่อเคยบอกว่าเพื่อนทำให้ลำบาก แต่ไม่เคยสักนิดที่จะบอกว่า...เพื่อนทำให้เสียใจ....
มันเป็นความผิดของพ่อ
ผิดที่พ่อไม่เตือน...
หรือบางทีมันอาจเป็นความผิดของเขา....ที่ดันอ่อนแอ...ถึงได้รู้สึกเสียใจ
ความเสียใจที่ทำให้อดไม่ได้ที่จะสงสัยในความถูกต้องของอาชีพที่ตัวเองทำมาตลอด 16 ปี....
"...พอลูกโตขึ้นก็คงจะเข้าใจ"
คำตอบของพ่อในอดีตแสนไกลนั้นสะท้อนก้องอยู่ห้วงความคิดขณะที่ทำนบน้ำตาพังทลาย ให้ร่างทั้งร่างทรุดฮวบลงกับพื้น ปล่อยโฮอย่างไม่สนใจศักดิ์ศรีนักฆ่าที่ตนเคยมีและเฝ้ารักษา....
ความสงสัยที่เขาเคยต้องการคำตอบ บัดนี้คำตอบนั้นมาหาเขาเองโดยไม่ได้ร้องขอ
คำตอบที่หากเป็นไปได้ขอไม่รับรู้ ขอไม่เข้าใจ...
"ทำไมต้องร้องไห้?"
"........"

#1 By ผมกินมาม่ามาจากญี่ปุ่น - -* (Woratana) on 2006-01-24 12:13