New theme : The Heaven Requiem & 6 days in china I
posted on 25 Oct 2005 19:55 by aathewolf in the-wolf-talkไม่ได้เจอกันนานเน้อทุกท่าน แหะๆ ตั้งกะหลังสอบก็เจอวิกฤตคอมจิตหลุดไปนาน พอมันหายก็ไม่มีอะไรจะอัพ แต่พอมีอะไรจะอัพก็ขี้เกียจเข้าจนได้สิเนี่ย ^^;
ละเลยเรื่อยมาจนถึงวันนี้แล.....
พูดถึงธีมจั่วหัวบลอกคราวนี้กันหน่อย The heaven requiem อับ เป็นออริจินั่ลฟิกรุมกันแต่ง(ที่ดูท่าจะกลายเป็นฟิกประกอบภาพ)ของกลุ่ม nemesis (สมาชิกไม่ใกล้ไม่ไกลก็แถวๆนี้แหละ) ไม่ใช่แฟนฟิค ไม่ใช่โดฯโปรเจคใหม่ ใครแวะเวียนเข้าบลอกตาลกะบลอกพี่เกตุ waenaglariel ก็คงได้เห็นกันไปบ้างแล้ว
ว่าแต่มีใครสงสัยไหมเนี่ยว่ารูปมาแต่ฟิกไปไหน ^^; (ถ้าไม่มี...ก็ทำตัวไม่รู้ไม่ชี้ต่อไปละกันเน้อสหายร่วมชะตากรรม)
สุดท้าย...ไม่มีอะไรนอกจากอยากเอาราล์ฟขึ้นโปะ...ฮะๆ ขอบคุณตาล (Zeda) ที่ให้เราจิ๊กรูปมาลง (ไม่ให้ตรูก็จะเอา....) เป็นตัวละครโปรดที่สุดของเราในเรื่อง เพราะรั่วซะเหลือเกิน....ชื่อเขียนเป็นไทย ราล์ฟ เวนน์ เป็นคนประเภท...ใช้ระเบิดตกปลา...อะไรประมาณนั้น.... (แล้วมันยังไง อยากรู้ละสิ ไม่บอก....(เลว) เหอเหอเหอ)
ใครเริ่มอยากอ่านไปตะแง้วพี่ทริส พี่ส้ม ดอส เอาเองเน้อหมาไม่เกี่ยว (ซะงั้น)
ต่อไป...จะเป็นอะไรที่ทุกคนไม่อยากเจ้อ ไม่อยากเจอ คือหมาจะ review การท่องเที่ยวเมืองจีน พยายามเขียนให้มันสนุก แต่ฝีมือไม่ถึง....ใครทำใจได้แล้วก็หาอะไรมาดื่มดับเครียด แล้วเลื่อนลงไปอ่านได้เลยอับ
+ + + + + + +
6 days in china part I
จรลีหายเข้ากลีบเมฆ หกวัน(ตั้งแต่วันที่ 12 ถึง...ก็อีกหกวันถัดมา) ที่ผ่านมาหายหน้าไปจากแผ่นดินสยาม แผ่นดินสูงขึ้นรึเปล่าก็ไม่รู้ แต่เข้าใจว่าไม่มีใครนั่งวัด.....ก็ถือว่าไม่รู้ไม่เห็นแล้วกัน....
ออกนอกเขตประเทศไทยไปเหยี่ยบแผ่นดินแห่งอารยธรรม มังกรแห่งเอเซียเจ้าของประวัติศาสตร์หลายพันปี (จำไม่ได้ว่าเท่าไหร่ เหอเหอ)
นั่งเครื่องบินวืดจากดอนเมืองสู่สนามบินประเทศจีน ขึ้นเครื่องตีสามไปถึงโน่นก็ใช้เวลาประมาณสี่ชั่วโมงพอดี.....(แต่เมืองจีนโกงเวลาเพราะเร็วกว่าไทยอยู่หนึ่งชั่วโมง) เอาเถอะ ยอมกันก็ได้ ถือว่าบ้านใกล้เรือนเคียง.....
ทีนี้ก็เข้าเรื่องเมื่อถึงประเทศจีนเสียที
ประวัติอะไรเขาก็ไม่รู้ เพราะไม่เคยสนใจจะอ่าน(พูดถึงประเทศจีนก็คิดถึงแต่เทียนหลง สกุลลี้ และอาถรรพ์นาคราชา (ฮา)) เดินกระพริบตาปริบๆไปกับคณะทัวร์....เกาะขาพ่อยึดแขนแม่แน่นยิ่งกว่าแพนด้าหวงไผ่ตง เดินวูบไปวูบมา ภาษาที่ไม่รู้จัก (ฟังไม่ออก อีโล้งโช้งเช้ง ด่าตรูก็ไม่รู้เรื่อง จะว่าไปก็สบายดี) แผ่นดินที่ไม่เคยเห็น ความตื่นเต้นรออยู่ข้างหน้า โดยเฉพาะกับคนที่ไม่เคยออกนอกเขตแดนประเทศไทย.....
อย่างแรกที่เห็นตอนขยับขึ้นบนรถคือพวงมาลัยที่ข้างซ้าย มันเป็นความตื่นเต้นของคนไม่เคยเห็น ระบบถนนเขาต่างจากเรา รถเขาวิ่งทางขวา ที่สวนมาก็อยู่ซ้ายมือ (เมืองไทยจะสลับกัน) เลนแซงจะเปลี่ยนรึเปล่าก็ไม่รู้ดูไม่ออก ที่รู้คือประเทศจีนรถขับกันน่ากลัวมาก - -# รถสวนในเลนเป็นอัตราเสี่ยงที่สูงสุด เพราะมันมาตั้งกะแมงกะไซด์ยันรถบรรทุกหมู...........
ด้านการจราจร....เฉินตูแห่งเสฉวนก็ไม่ต่างกับกรุงเทพมากมายนักหรอก
รถในช่วงเวลาที่จะติดมันก็ติด ไม่ต่างกับเมืองกรุง แต่ก็พอจะดีกว่าหน่อยเพราะบ้านเมืองเขามีจักรยานพร้อมเลนส่วนตัว จักรยานที่เมืองจีนเยอะมากๆๆๆๆๆ ทุกคันต้องเก่า ซื้อใหม่ก็ต้องเอาไปตากฝน รมดำ ให้มันดูโบร่ำโบราณเหมือนตากลมผ่านหนาวมาสักสิบชาติถึงเอาไปขี่กัน ไม่ใช่เขาจะเล่นของกันแต่อย่างไร แต่ใหม่ๆจอดไว้ไม่ถึงวิก็บอกลา เพราะมันหายไปกับสายลม......
จักรยานเขามีแบบต้องปั่นกับไม่ต้องปั่น หนึ่งใช้แรงคน(ถีบเอาให้น่องขึ้น) สองก็มีมอเตอร์ติดท้าย (คิดถึงเรือยนต์ จะเป็นทำนองนั้น) อันนี้ก็สบาย ไขว่ห้างขี่กันไป (เห็นหนุ่มใส่สูทไขว่ห้างขี่จักรยานมอเตอร์....มันก็เป็นประสบการณ์ที่แปลกดี...เนอะ)
รถยนต์ของเขาคันจะเล็กๆน่ารัก ไม่แน่ใจว่าเป็นรสนิยมหรือแค่เห็นว่ามันประหยัดดี ค่ารถไม่แพ้งไม่แพง ประมาณแสนสองแสนก็สวยเช้งวับอวดใครๆได้สบาย แต่ขึ้นทางด่วนทางอะไรที ขำๆ แค่ประมาณ 200-500 บาทไทย = =
ดีใจจังที่ไม่เกิดในจีน ^^;
ค่าโทรศัพท์ ค่ารถเมล์ที่นั่นถูกกว่าบ้านเราอับ มือถือที่โน่นโทรคิดเรทเป็น 1 บาท (ขออนุญาตปรับเป็นเงินไทยนะ) ค่ารถเมล์ก็ถูกกว่าบ้านเราที่ขึ้นเอาขึ้นเอาตามเศรษฐกิจโลก (น่าให้เฮียโสมมาฉุดลงเนอะ) จำไม่ได้ว่าสรุปมันเท่าไหร่ เพราะตอนทัวร์เกาะไปกับรถทัวร์ ไม่มีโอกาสขึ้นรถเมล์ ส่วนแทกซี่บ้านเราเริ่มเรตที่ 35 ที่โน่นเข้าเริ่มที่ 25 บาทอับ....
ที่เล่าให้ฟังนี่คุณไกด์เขาบอกมา เราก็ไม่ได้ลงไปสัมผัสโดยตรงหรอก....(ขอหลบบรรดาเครื่องยนต์ที่น่ากลัวอย่างมีความสุขดีกว่า)
เล่าเรื่องที่เที่ยวดีกั่ว....
วันแรกที่ไปเที่ยวสะลึมสะลือ...ก็คนมันไม่ได้นอน หลับๆไปตามทางเพราะเป็นทัวร์แบบดู กิน นอน และนั่งรถ (ทำอยู่แค่เนี้ยจริงๆ) มาตื่นอีกทีตอนที่แม่สะกิดหงั่กๆให้แหกตาดูได้แล้วว่าเขาลงกันไปหมดรถ เพื่อเปลี่ยนไปขึ้นรถเล็กของอุทยาน....
เขาง้อไบ้...หรือเอ๋อเหมยซาน เป็นจุดแรกทีได้ขึ้นไปชม....
มันเป็นทิวทัศน์ที่มองลงมาจากยอดเขาสูงกว่าสามพันเมตรเหนือระดับน้ำทะเล แมกไม้กว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาที่ถ่อนั่งรถสองสามสี่ชั่วโมงขึ้นไปชม.....
ชม.....
หมอก....= = ##
หมอกที่ยิ่งกว่าหมอก หนาทึบตึ้บๆเอาแค่ว่าคนเดินหายไปข้างหน้า สามก้าวก็ลาขาดราวกับอยู่กันคนละโลก....อากาศหนาวจับจิตให้หมาเมืองร้อนได้แต่เดินตัวสั่นกึกๆ สวมเสื้อสี่ชั้นแถมผ้าพันคอ หมวกไหมพรม ถุงมือ.....คิดถึงตอนบ่นร้อนๆอยู่เมืองไทยกับแม่
เป็นไงละเอ็ง หนาวสะใจ = = #
เดินตากลมตากลมให้หายโง่สักพัก คุณไกด์ (คุณเฉิน...ที่ต่อมาเรียกว่าเฉินหลง เพราะดูพี่แกจะงงๆทิศบ่อยไม่น้อยนัก) ก็ลากพวกเราที่รีบแจ้นตามกลับลงมาจากบนเขา พร้อมกับใจคนรอบข้างที่ร้องกระซิกๆ
หมานั่งยิ้มอยู่มุมรถขณะที่ขบวนทัวร์ก็เคลื่อนต่อไป....
เอาวะ อย่างน้อยได้หนาวแล้ว ไม่เสียชื่อว่ามาถึงเมืองจีน....
TBC next

#1 By W★G on 2005-10-26 16:04