วันนี้ขอพูดเรื่อง "วรรณกรรม" + ย้อนรอยอดีต I
posted on 30 Aug 2005 21:54 by aathewolf in the-wolf-talk
ช่วงนี้บลอกมีแต่ตัวอักษรยาวพรืดๆเต็มหน้า...(หลังจากผ่านช่วงที่ทุก entry ต้องมีรูปมาแล้ว เหอเหอ) ใครใคร่อ่านก็อ่าน ใครไม่ใคร่อ่าน เปิดมาแล้วอ่านสักหน่อยก็ดีนะ ฮะๆๆ
วันนี้ไม่ว่าง...แต่นึกครึ้มอยากพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องของ "วรรณกรรม" เสียหน่อย...
หมาคิดว่ามันอาจเป็นความรู้สึกของหมาเองคน(ตัว)เดียว เพราะฉะนั้นใครคิดคนละแบบก็ไม่แปลกอะนะ...(แล้วหมาจะคิดแบบเลวๆด้วยแล)
ที่หมาอยากพูด..ก็แค่รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้หนังสือนิยายและวรรณกรรมมันออกมาดาษดื่นมากๆเลย -*- โดยเฉพาะงานของคนไทย (หรือให้ชี้ชัดกว่านั้น "เยาวชนไทย")
มันออกมากม้ากมาก...จนขนาดเราแต่ก่อนซื้อ(หรืออย่างน้อยก็ต้องอ่านผ่านตา) เกือบทุกเล่ม บัดนี้ไอ้อาการเจอเล่มใหม่ต้องเข้าไปลองพลิกๆดูอย่างสนใจใคร่รู้ไปจนถึงอยากซื้อเก็บมันแทบทุกเล่มมันหายไปหมดเหมือนน้ำลดซึนามิ (แต่ไม่มีคลื่นกลับมา) ด้วยเหตุผลแรกคือ ตรูไปเดินพลิกมันไม่ทันร้อกกกกกก และเหตุผลที่สอง...
ตรูไม่ชอบง่ะ...
โอเค แนวที่เราชอบกับที่คนอื่นชอบมันอาจไม่เหมือนกัน แต่เราว่าเราก็พอมองออกนะพวกคุณภาพน่ะ ว่างานไหนมันดี งานไหนไม่ดี งานบางงานเราว่ามันยังไม่ถึงขนาดที่ควรจะมาพิมพ์รวมเล่ม แต่..มันก็พิมพ์ออกมาเป็นเล่ม กลับกัน...งานบางงานที่เราว่ามันดีแสนดี แต่พอออกเป็นเล่ม สำนักพิมพ์ก็สามารถทำให้เรารู้สึกว่าไม่อยากจะเก็บเข้าคอเล็กชั่นได้เหมือนกัน...(หลายคนคงรู้ว่าเราหมายถึง สนพ.ไหน เหอเหอเหอ) ว่าไปแล้วก็น่าเสียดายนัก...
ตอนนี้พวกนิยายพวกวรรณกรรมกลายเป็นตลาดขนาดค่อนข้างใหญ่ไปแล้วอ่ะนะ.. คนเขียนมันก็มาก คนที่มาจับด้านนี้เป็นธุรกิจก็เริ่มเยอะ ไอ้บรรยากาศเก่าๆมันก็เลยหายไป...จากที่เราเคยมั่นใจได้(โดยส่วนใหญ่) ว่างานที่ตีพิมพ์เป็นหนังสือมันต้องดีในระดับหนึ่งล่ะ แต่เดี๋ยวนี้...บางครั้งที่ตัดสินใจซื้อบางเรื่องแล้วเอามาอ่าน ปรากฎว่าความรู้สึกหลังอ่านจนจบ...
"ตรูเสียดายเงิน....Y_Y"
เพราะหนังสือนิยายหนึ่งเล่มมันไม่ใช่ 35-40 บาทเหมือนการ์ตูน(การ์ตูนตรูก็เสียดายนะ...)...มันนับหลักร้อยไปแล้ว พออ่านแล้วรู้สึกว่ามันไม่ถูกใจนี่มันเศร้าจริงๆนะนาย...
แล้วอีกอย่างที่น่าเศร้าพอๆกะเสียตังค์ซื้อหนังสือที่ไม่น่าอ่าน ก็คือหนังสือที่น่าอ่านน่ะ เราไม่รู้ว่ามันมีอยู่....
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาถูกน้องลากถูลู่ถูกังเข้าร้านหนังสือ รอน้องไม่มีอะไรทำก็ไปพลิกดูหนังสือหมวดวรรณกรรมเล่นนี่แล ไปเจอหนังสือเล่มหนึ่งแอบนอนอยุ่ที่ซอกหลืบ ชื่อเสียงเรียงนามคนเขียน ชื่อเรื่องฤาก็ไม่เห็นจะเคยได้สดับได้ยิน...
แต่เปิดๆดู ลองอ่านดุ เฮ้ย! เขาเขียนดีนะ...ภาษาก็ดี เนื้อเรื่องก็โอเลยอ่ะ...ดีกว่าเรื่องนั้น (เรื่องนั้นแหละ...ละไว้ในฐานที่รู้ๆกัน) หมดทุกด้านของความเป็นงานเขียน...
แล้วไหงไม่ดัง?
เพราะสำนักพิมพ์ที่พิมพ์เรื่องเขามันไม่ดัง? เรื่องของเขาถึงไม่มีใครเปิดอ่าน? เพราะไม่มีการโปรโมต คนถึงไม่รู้จักไม่สนใจ?
พูดอะไรไม่ถูกนอกจาก น่าเสียดาย....น่าเสียดาย และน่าเสียดาย....
ไหนๆก็ว่ามากันเรื่องนี้แล้วก็ขอว่าต่อถึงเรื่องนิยายในเน็ตหน่อยเหอะ....ที่อยากจะพูดโฟกัสเลยก็นิยายในเวบเด็กดีนี่แหละ (อันนี้ก็เข้าโหมดเลวอีกแล้ว)
ไม่ใช่ว่าเราไม่ชอบเวบเขาหรอกนะ เรารู้สึกดีด้วยซ้ำที่มีแหล่งคลังนิยายขนาดใหญ่แบบนี้ให้เราได้อ่าน แต่เรารู้สึกว่าภายในมันค่อนข้างเละเทะ(มาก...) ทั้งไอ้เรื่องการปั่นฮิตอย่างกับปั่นหุ้น (ทำอย่างกับปั่นแล้วมันจะรวย...) หลังๆนี่ก็ดีขึ้นละมั้ง เพราะเวบมาสเตอร์เขาหาวิธีบลอกพวกนี้อยู่... เรื่องนิยายที่มีมากจนเกินจะอ่านไหว (หาเรื่องดีๆอ่านยากอีกตามเคย..เพราะมันหายไปอยู่ในหลืบหมด หาไม่ค่อยเจอ) แล้วก็ไอ้เรื่องการคอมเมนท์นี่แล.....
เรารู้สึกได้เลยว่าในพันธุ์ทิพย์กับเด็กดี ลักษณะการเมนท์มันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงดุจฟากฟ้ากับสะดือทะเล ก็ไม่แปลกหรอกถ้ามองว่าคนในสองสถานที่นี้มีวุฒิภาวะแตกต่างกัน การพูดการจา ความเป็นการเป็นงานและความตั้งใจในการเมนท์มันก็เลยต่างกัน...แต่ว่า...
ไอ้อาการ "เรื่องนี้สนุกดีนะคะ ไปอ่านเรื่องของหนูหน่อยสิคะ....บลา~~~ (ใส่เอฟเฟ็คเข้าไปตามแต่สไตล์บุคคล)"
เงอ.... -*-
เราอาจเลวก็ได้ที่อยากจะบอกว่า "มันขัดลูกตาน่ะ" ทุกครั้งที่เห็นประโยคแบบนี้บนเมนท์ของฟิคตัวเอง แม้เมนท์จะไม่ค่อยมีก็ตาม (และนั่นเป็นสาเหตุที่เราไม่เคยตามไปอ่านของใครที่ขึ้นประโยคแบบนี้ให้เราเลย) มันอาจจะเป็นการโปรโมตที่ดีกับเวบที่มีนิยายกว่าสามหมื่นเรื่อง..ก่อนที่นิยายของคุณจะเป็นแค่หัวเรื่องเล็กๆที่มีคนเข้าไปดูเพียงหนึ่งคนต่อเดือน แม้ในสายตาเรามันจะสุดแสนน่ารำคาญ น่าเบื่อ และน่าเซ็งเพียงใดก็ตาม
แต่มันก็เป็นเรื่องปรกติธรรมด้าธรรมดาของเวบเด็กดี...
พูดถึงเรื่องการติดตามผลงาน สำหรับเรา...ถ้าจะตามไปอ่านเรื่องใคร(ไม่นับคนที่เขียนดีจริงๆที่เราตามอยุ่แล้วอะนะ)...เราก็อยากจะอ่านของคนที่เขาตั้งใจอ่านเรื่องของเรา ตั้งใจเมนท์ให้เราดีๆ ไม่ใช่ต้องเอาแต่ชม หรือสักแต่ด่าหรอกนะ แต่คนที่ให้คอมเมนท์แบบตั้งใจน่ะเรามั่นใจว่าไม่ได้โง่ขนาดมองไม่ออกหรอก....แต่ก็นะ...หาได้ยากขึ้นทุกทีเน้อ ไอ้คอมเมนท์ที่มีประโยชน์สำหรับผุ้แต่งเนี่ย...(ถอนหายใจ...ไว้อาลัย)
สุดท้ายเราก็ทำได้แค่ บ่น บ่น บ่น แล้วก็ บ่น ต่อไป (ให้คนแถวนี้อ่าน...จะได้เซ็งเป็นเพื่อนเรา...ไม่ก็เซ็งเรา กร้ากก)
เอวังเรื่องข้างบนเหอะ....
+ + + ย้อนรอยอดีต+ + +
มาพูดกันเล่นสักนิดเกี่ยวกับเรื่องพวกหนังสือสมัยก่อนดีกว่า เหอเหอ เคยมีคนถามไหมว่า
"สนใจการอ่านหนังสือตั้งแต่เมื่อไหร่"
บางคนก็คงบอก "ตรูอ่านมาตั้งกะเด็กจนโต" บางคนก็ว่า "ตรูเกิดมาเพื่ออ่าน" บางคนก็เพิ่งมารู้จักการอ่านไม่กี่ปีนี้แหละ (หรือบางคนอาจเริ่มจากหัวขโมยฯ ฮะๆๆๆ)
เราเป็นอีกคนที่จุดเริมต้นการอ่านหนังสือพวกนี้จริงๆจังๆมันโหลสิ้นดี คือ เริ่มอ่านจากแฮร์รี่ พอตเตอร์...
แต่เราจะเป็นคนเลว ไม่พูดถึงมัน เพราะคนอื่นพูดถึงมันเยอะเกินไปแล้น...วะฮะๆๆ
นั่นแหละ หลังจากแฮร์รี่เราก็กรี๊ดกร๊าด โปรดปรานการอ่านเป็นที่ยิ่ง ว่างก็เท่านั้นตอน ม.ต้น มันไม่มีอะไรทำนี่หว่า ก็เข้าห้องสมุดโรงเรียนเดินหานิยาย (เรามันหมาบ้านนอกอะนะ เหอเหอ ห้องสมุด ร.ร มันไม่เป็นหมวดหมู่นักหรอก ต้องขุดเอา) ขุดไปขุดมา อ่านไปอ่านมา หนังสือที่กรี๊ดจริงๆก็จำมาได้อยู่สองเล่ม
หนึ่งคือกุหลาบในมือมารที่เกริ่นไปแล้วเมื่อเอนทรีที่แล้ว เรื่องที่สอง...เป็นหนังสืออ่านนอกเวลาที่ดีเกินจะเป็นแค่หนังสืออ่านนอกเวลา (เพราะไม่ค่อยมีใครยอมอ่านมัน)
"ฉันอยู่นี่...ศัตรูที่รัก"
เป็นหนังสือที่ไม่สามารถอ่านในที่ประชุมชนได้.... เนื่องจากทุกครั้งที่อ่านเขื่อน...ทำนบน้ำตามันจะพังทลายเสียทุกคราไป ให้เราต้องอับอาย(?) ไม่ก็เพื่อนๆรอบข้างได้หวั่นเกรง (เหอเหอเหอ) แล้วพากันหลบหลืบไปไกลๆแทนเรา..
หนังสือเรื่องนี้เป็นเรื่องสั้น (มีกี่ตอนหว่า...จำไม่ได้แระ) ชื่อคนแต่ง...จำไม่ได้อีกเฉกกัน (เวร) รุ้แต่เป็นจิตแพทย์หญิงคนแรกแห่งวงการหนังสือเรื่องสั้น เหอเหอ ปัจจุบันราคาอยุ่ที่เล่มละ 50 บาท หาซื้อได้ตามร้านหนังสือที่ใหญ่หน่อยทั่วไป (ร้านเล็กมากเห็นจะไม่มี) แนะนำว่าเป็นหนังสือที่สักครั้งในชีวิตควรอ่านโดยเฉพาะขาแต่งฟิคทั้งหลายควรมีเก็บไว้เป็นสมบัติข้างกาย...เรื่องที่แนะนำ ก็เรื่องที่ชื่อเดียวกับปกนั่นแหละ...และอีกเรื่อง(ซึ่งจริงๆเราชอบมากกว่า) คือ intermezzo เพลงรักของแม่...เป็นเรื่องสุดท้ายของเล่มที่เราอ่านกี่ครั้งเราก็เศร้า...อิน... เป็นต้นแบบของเรื่องเศร้าที่ทำเราน้ำตาไหลพราก (ไม่ใช่แค่คลอ) ได้อย่างแท้จริง...
งืมๆ ยาวแล้วเนอะเอนทรีนี้ ขี้เกียจพิมพ์ต่อและ ย้อนรอยอดีตภาคสองต่อคราวหน้าละกันเน้อ....
หนังสือของไทยที่อ่านแล้วชอบนี่...หลายเรื่องเหมือนกัน แต่ส่วนใหญ่มันไม่ค่อยดังแฮะ เหอะๆ ที่ชอบอ่านหนังสือไทยนี่เพราะช่วงม.ปลายมันว่างจัดเลยไปด้อมๆ มองๆ ที่ห้องสมุดเหมือนหมาเอเลย ^^" ที่ชอบก็มี วสันต์ลีลาของ...ใครฟะ = =" อ่านแล้วสนุกดีมันออกแนวแฟนตาซีนิดๆ นะ ภาษาเขาสนุกด้วย อีกเรื่องจำชื่อเรื่องไม่ได้ เพราะปกหน้าปกหลังมันฉีก!! แต่เรื่องนี่..อ่านแล้วน้ำตาพรากกลางห้องสมุด มุดหัวหลบสายตาประชาชีแทบไม่ทัน เหอะๆ เสียดายมากๆ ที่ตอนนั้นไม่ขวนขวายหาชื่อ ไม่งั้นจะซื้อเก็บ = ="
ไปอ่านในนิตยสารเก่าๆ ของ คุณย่า ขุดมาอ่าน เอิ้กๆ เป็น นักเขียนในดวงใจเลยล่ะ ท่านนี้
" 
สมัยนี้จะหานิยายอ่านช่างง่ายแสนง่าย
แต่เรื่องไหนสนุกจริงๆนี่สิยาก
บางทีเรื่องที่พี่คิดว่าสนุก แต่พอเปิดอ่านจริงๆก็ไม่หนุก ขอยกตัวอย่างละกันนะ เช่นเรื่อง พระจันทร์ทะเลทราย
พี่ยืมห้องสมุดมาอ่าน พอยืมมา พี่สาวพี่บอกว่า ตอนแรกตั้งใจจะซื้อ พอพี่อ่านเข้าจริงๆ ทั้งงง ทั้งง่วง ภาษาไม่ใช่เราๆ และเนื้อเรื่อง..... จู่ๆนางเอกก็รักพระเอกขนาดยอมมอบทั้งชีวิตให้ได้ ทั้งๆที่ไม่มีส่วนไหนเลยที่พระเอกทำให้นางเอกอินเลิฟได้มากมาย
ส่วนเรื่องเก่าๆที่พี่ชอบก็ น้ำพุน่ะ
เศร้าดี TwT
แต่นิยายเรื่องแรกที่ได้อ่านน่ะ เรื่องสุดขอบจักรวาล และเป็นนิยายเรื่องเดียวที่ทำให้พี่อ่านจนจบเล่มได้(และหลังจากนั้นก็ติดนิยายน่ะ ฮาๆ)
#1 By *kao* ตายสนิท on 2005-08-30 22:29